ยูฟ่า (UEFA) และสมาคมฟุตบอลในสหราชอาณาจักรทั้ง 4 แห่ง อาจรวมตัวกันเพื่อระงับการเปลี่ยนกฎล้ำหน้าครั้งสำคัญที่มีแผนจะนำมาใช้ในศึกฟุตบอลโลก 2026
แนวคิดกฎล้ำหน้าแบบใหม่ (Daylight Offside Law)
อาร์แซน เวนเกอร์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาฟุตบอลระดับโลกของฟีฟ่า (FIFA) เป็นผู้เสนอ “กฎล้ำหน้าแบบเห็นช่องว่าง” (Daylight Offside Law) โดยมีหลักการสำคัญคือ:
- หาก ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ยังอยู่ในแนวเดียวกับกองหลัง จะถือว่า ไม่ล้ำหน้า
- การล้ำหน้าจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมี “ช่องว่างที่ชัดเจน” ระหว่างตัวรุกและกองหลังตัวสุดท้ายเท่านั้น
- เป้าหมาย: เพื่อส่งเสริมเกมรุกให้ตื่นตาตื่นใจขึ้น และลดปัญหาการตัดสินล้ำหน้าเพียงแค่ปลายนิ้วหรือส่วนเล็กน้อยที่ทำให้แฟนบอลหงุดหงิดจากการเช็ก VAR
ทำไมถึงอาจถูกบล็อก?
แม้ฟีฟ่าจะหวังนำกฎนี้มาใช้ในฟุตบอลโลก 2026 ที่เม็กซิโก แคนาดา และสหรัฐฯ แต่ยูฟ่าและสมาคมฟุตบอลจากอังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ กลับไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลดังนี้:
- เปลี่ยนแปลงรุนแรงเกินไป: กฎนี้จะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อวิธีเล่นฟุตบอล โดยเฉพาะกองหลังที่อาจต้องถอยไปตั้งรับลึกกว่าเดิมมาก
- ข้อเสนอทางสายกลาง: สมาคมในสหราชอาณาจักรอาจเสนอให้ตัดสินล้ำหน้าโดยวัดเฉพาะส่วน “ลำตัว” (Torso) เท่านั้น โดยจะไม่นำเท้า ขา หรือศีรษะมาพิจารณา
อำนาจการโหวตในคณะกรรมการ IFAB
คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ซึ่งเป็นผู้ดูแลกฎกติกาฟุตบอล มีระบบการลงคะแนนดังนี้:
- คะแนนเสียงทั้งหมด: 8 เสียง
- ฟีฟ่า: ถือ 4 เสียง
- สมาคมในสหราชอาณาจักร: ถือรายละ 1 เสียง (รวมเป็น 4 เสียง)
- เงื่อนไขการผ่านกฎ: ต้องได้รับคะแนนเสียงอย่างน้อย 6 จาก 8 เสียง
เนื่องจากยูฟ่าให้การสนับสนุนฝ่ายสหราชอาณาจักร หากทั้ง 4 สมาคมร่วมมือกันลงคะแนนคัดค้าน ฟีฟ่าก็จะมีคะแนนไม่เพียงพอที่จะผ่านกฎนี้ได้ ทำให้ข้อเสนอของเวนเกอร์อาจถูกระงับไปในที่สุด
ความเห็นจากประธานฟีฟ่า
จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า เคยกล่าวเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ว่าการปรับปรุงกฎล้ำหน้าเป็นสิ่งที่ฟีฟ่าพิจารณาอยู่ตลอดเพื่อให้เกมฟุตบอลน่าตื่นเต้นขึ้น โดยระบุว่า “ในอนาคต ตัวรุกอาจต้องอยู่เหนือกว่ากองหลังแบบทั้งตัวจริงๆ ถึงจะถูกตัดสินว่าล้ำหน้า



