แฟนบอลที่จะเดินทางไปชมฟุตบอลโลก 2026 ในสหรัฐฯ, แคนาดา และเม็กซิโก อาจต้องเจอกับอุปสรรคเรื่องการขอวีซ่า แต่ล่าสุดมีการเปิดใช้งานระบบใหม่ที่จะช่วยให้การเดินทางง่ายขึ้น
ระบบนี้มีชื่อว่า Fifa Prioritised Appointment Scheduling System หรือ “Fifa Pass” ซึ่งประกาศโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน และเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้แฟนบอลจากประเทศที่ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกสามารถนัดหมายวันสัมภาษณ์วีซ่าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เน้นย้ำว่า การมี Fifa Pass ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าจะได้รับวีซ่า ผู้สมัครทุกคนยังคงต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ปกติ
ใครบ้างที่ไม่ต้องใช้ Fifa Pass?
แฟนบอลจากประเทศที่อยู่ในโครงการ ยกเว้นวีซ่า (Visa Waiver Program) ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบนี้ โดยสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ ESTA (Electronic System for Travel Authorization) เพื่อพำนักในสหรัฐฯ ได้นานสูงสุด 90 วัน ซึ่งกลุ่มนี้รวมถึง:
- ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป
- สหราชอาณาจักร
- ญี่ปุ่น
- ออสเตรเลีย
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศระบุว่า ระบบใหม่นี้ช่วยลดระยะเวลารอคอยได้อย่างมาก โดยกว่า 80% ของประเทศทั่วโลก สามารถนัดหมายสัมภาษณ์ได้ในเวลาไม่ถึง 60 วัน
การระงับวีซ่าถาวร (Immigrant Visa) ไม่กระทบแฟนบอล
ปัจจุบันสหรัฐฯ ได้มีการ สั่งระงับการพิจารณาวีซ่าประเภทย้ายถิ่นฐาน (Immigrant Visa) จาก 75 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้มี 15 ประเทศที่ได้เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกแล้ว เช่น บราซิล และอีก 7 ประเทศที่กำลังอยู่ระหว่างการลุ้นเข้ารอบ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศยืนยันว่า การระงับดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อวีซ่าประเภทชั่วคราว (Non-immigrant Visa) ซึ่งครอบคลุมถึง:
- นักท่องเที่ยว (แฟนบอล)
- นักกีฬา
- ครอบครัว
- สื่อมวลชน
รายชื่อประเทศที่เข้ารอบแล้วแต่ได้รับผลกระทบจากการระงับวีซ่าถาวร:
แอลจีเรีย, บราซิล, เคปเวิร์ด, โคลอมเบีย, อียิปต์, กานา, เฮติ, อิหร่าน, ไอวอรีโคสต์, จอร์แดน, โมร็อกโก, เซเนกัล, ตูนิเซีย, อุรุกวัย และอุซเบกิสถาน
รายชื่อประเทศที่อยู่ระหว่างลุ้นเข้ารอบ:
แอลเบเนีย, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, อิรัก, จาเมกา, โคโซโว และมาซิโดเนียเหนือ




