เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท็อดด์ ไลออนส์ (Todd Lyons) ผู้อำนวยการรักษาการของ ICE ถูกซักฟอกอย่างหนักเรื่องบทบาทของหน่วยงานในฟุตบอลโลกฤดูกาลนี้:
1. HSI vs ERO: การแยกเขี้ยวเล็บของ ICE
ไลออนส์พยายามสร้างความเชื่อมั่นโดยระบุว่า หน่วยงานที่จะเข้ามาทำหน้าที่หลักคือ HSI ไม่ใช่ ERO ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญครับ:
| หน่วยงาน | บทบาทในฟุตบอลโลก 2026 | ความกังวลของสังคม |
| HSI (Homeland Security Investigations) | เน้นสืบสวนคดีข้ามชาติ, ต่อต้านการก่อการร้าย, และอาชญากรรมไซเบอร์ | อาจมีการสอดแนมข้อมูลส่วนตัวและโซเชียลมีเดียของแฟนบอลอย่างเข้มงวด |
| ERO (Enforcement and Removal Operations) | (ไม่ได้ถูกระบุให้เป็นตัวหลัก) เน้นการกักตัวและเนรเทศผู้อพยพ | ความกังวลเรื่องการ “สุ่มตรวจ” และการจับกุมผิดตัวในเมืองเจ้าภาพ |
2. ชนวนเหตุ: Alex Pretti และ Renee Good
บรรยากาศการประท้วงในสหรัฐฯ ตอนนี้ (กุมภาพันธ์ 2026) รุนแรงขึ้นเนื่องจากการเสียชีวิตของพลเมืองอเมริกัน 2 รายที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐยิงในมินนิอาโปลิสเมื่อเดือนมกราคม:
- Alex Pretti: พยาบาลหนุ่มที่ถูกยิงระหว่างพยายามช่วยเหลือคนจากการประท้วง
- Renee Good: หญิงที่ถูกยิงคารถท่ามกลางความโกลาหลเหตุการณ์นี้ทำให้คำยืนยันของ ICE ที่ว่า “จะทำให้ทุกคนปลอดภัย” ดูย้อนแย้งในสายตาชาวโลกครับ
การตอบโต้จากนานาชาติ: “คุณไม่เป็นที่ต้อนรับ”
ความขัดแย้งนี้ลามไปถึงฝั่งยุโรปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใน โอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ที่กำลังดำเนินอยู่ในอิตาลี:
- มิลานประกาศแบน: นายกเทศมนตรีเมืองมิลานและนักการเมืองอิตาลีหลายคนแสดงจุดยืนชัดเจนว่า “เจ้าหน้าที่ ICE ไม่เป็นที่ต้อนรับ” ในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในอิตาลี เนื่องจากกังวลเรื่องวิธีการทำงานที่รุนแรง
- Esther scrutiny: แฟนบอลจากอังกฤษและยุโรปเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อข้อเสนอที่ต้องเปิดเผยข้อมูลโซเชียลมีเดียย้อนหลัง 5 ปี เพื่อแลกกับการเข้าประเทศสหรัฐฯ
ฟีฟ่ากับ “รางวัลสันติภาพ” ที่น่ากังขา
ท่ามกลางกระแสบอยคอต จานนี อินแฟนติโน ประธานฟีฟ่า กลับสร้างความประหลาดใจด้วยการมอบรางวัล “FIFA Peace Prize” ให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการ “เอาใจ” ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ เพื่อประกันความราบรื่นของทัวร์นาเมนต์ แม้จะมีประเด็นละเมิดสิทธิมนุษยชนรายล้อมก็ตาม




