ทรัมป์สั่งเนรเทศนักบอลสู่ “คุกที่โหดที่สุดในโลก” หลังเข้าใจผิดเรื่องรอยสัก

ทรัมป์สั่งเนรเทศนักบอลสู่ "คุกที่โหดที่สุดในโลก" หลังเข้าใจผิดเรื่องรอยสัก

นี่คือสรุปเรื่องราวสุดอื้อฉาวที่เกิดขึ้นระหว่างโลกฟุตบอลและการเมืองของสหรัฐฯ ในช่วงเตรียมความพร้อมสู่ฟุตบอลโลก 2026

ทรัมป์สั่งเนรเทศนักบอลสู่ “คุกที่โหดที่สุดในโลก” หลังเข้าใจผิดเรื่องรอยสัก

ขณะที่การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 ของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความวุ่นวายจากนโยบาย Travel Ban (ห้าม 39 ประเทศเข้าสหรัฐฯ) ล่าสุดได้มีเรื่องราวสะเทือนขวัญของ เจอร์เซ เรเยส บาร์ริออส (Jerce Reyes Barrios) นักฟุตบอลและโค้ชสอนฟุตบอลเด็กชาวเวเนซุเอลา ที่ถูกส่งตัวไปยังคุกกักกันผู้ก่อการร้ายในเอลซัลวาดอร์เพียงเพราะความเข้าใจผิดเรื่อง “รอยสัก”

ชนวนเหตุ: รอยสักที่ถูกตีความว่าเป็นแก๊งอาชญากรรม

  • ที่มา: บาร์ริออสเดินทางเข้าสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมายผ่านแอปฯ CBP One เมื่อเดือนกันยายน 2024 เพื่อลี้ภัยทางการเมืองจากเวเนซุเอลา
  • ความเข้าใจผิด: กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) อ้างว่ารอยสักบนตัวของเขาและท่าทางในรูปภาพ บ่งบอกว่าเขาเป็นสมาชิกแก๊ง Tren de Aragua (TdA) ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังสั่งกวาดล้างอย่างหนัก
  • ความจริง: ทนายความยืนยันว่ารอยสักนั้นคือรูป มงกุฎเหนือลูกฟุตบอล พร้อมคำว่า “Dios” (พระเจ้า) ซึ่งบาร์ริออสสักเพื่อเลียนแบบตราสโมสร เรอัล มาดริด ทีมโปรดของเขา โดยมีคำยืนยันจากช่างสักเป็นหลักฐาน แต่เขากลับถูกเนรเทศออกไปก่อนที่จะได้ขึ้นศาลไต่สวนสัญชาติ

เปิดนรก “CECOT”: คุกที่บาร์ริออสถูกส่งไป

บาร์ริออสเป็นหนึ่งในผู้ถูกเนรเทศ 261 คนที่ถูกส่งไปยัง CECOT (ศูนย์กักกันผู้ก่อการร้าย) ในเอลซัลวาดอร์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคุกที่โหดร้ายที่สุดในอเมริกากลาง:

  • สภาพความเป็นอยู่: นักโทษต้องนอนบนแผ่นเหล็กเปล่าๆ ไม่มีที่นอน หมอน หรือผ้าห่ม
  • การควบคุม: ไฟในห้องขังจะเปิดสว่างจ้าตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้นักโทษพักผ่อนได้เต็มที่
  • ความแออัด: ห้องขังหนึ่งห้องอัดแน่นไปด้วยนักโทษกว่า 80 คน และได้รับอนุญาตให้ออกจากห้องเพียง 30 นาทีต่อวันเท่านั้น
  • สุขอนามัย: มีเพียงถังพลาสติกสำหรับอาบน้ำและโถส้วมเปิดโล่งในห้องขังที่ใช้ร่วมกันนับสิบคน

สถานการณ์ปัจจุบัน

หลังจากขาดการติดต่อกับครอบครัวและทีมกฎหมายเป็นเวลานาน ล่าสุดมีรายงานว่า บาร์ริออสได้รับการปล่อยตัวแล้วในปีนี้ (2026) แต่เหตุการณ์นี้ได้สร้างรอยร้าวและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อรัฐบาลทรัมป์ โดยเฉพาะในมิติของสิทธิมนุษยชนและการคัดกรองบุคคลก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก

ความเชื่อมโยงกับฟุตบอลโลก 2026

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดที่ทรัมป์เข้ามามีบทบาทในวงการกีฬา:

  1. FIFA Peace Prize: จานนี อินฟานติโน มอบรางวัลสันติภาพให้ทรัมป์เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้คนทั่วโลกท่ามกลางนโยบายสั่งบุกเวเนซุเอลาและสงครามกับอิหร่าน
  2. วิกฤตวีซ่า: นโยบายแบน 39 ประเทศของทรัมป์ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้แฟนบอลและเจ้าหน้าที่ทีมชาติหลายประเทศ (เช่น อิรักและเฮติ) ไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ตามปกติ
Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram