ทำไมเบน ไวท์ ถึงปฏิเสธทีมชาติอังกฤษนานถึง 3 ปี?

ทำไม เบน ไวท์ ถึงปฏิเสธติดทีมชาติอังกฤษนานถึง 3 ปี?

ปมขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในแคมป์ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ แม้ในตอนนั้น FA จะระบุว่าเป็น “เหตุผลส่วนตัว” แต่ความจริงที่ถูกเปิดเผยภายหลังมีรายละเอียดที่ลึกกว่านั้นครับ:

1. ปม “คอมเมนต์เสียดสี” จากสตีฟ ฮอลแลนด์

มีรายงานว่าชนวนเหตุเกิดจาก สตีฟ ฮอลแลนด์ (ผู้ช่วยของเซาธ์เกตในขณะนั้น) ได้ยิงคำถามใส่เบน ไวท์ เกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของอาร์เซนอลในฤดูกาล 2021-22 ซึ่งเป็นช่วงที่ไวท์ “ยังไม่ได้ย้ายมาอยู่กับอาร์เซนอล” * ไวท์เป็นนักเตะประเภทที่ทุ่มเทในสนามมาก แต่เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “พอกลับบ้านไป ผมไม่ดูฟุตบอลเลย ผมอยากเป็นคนปกติที่ได้พักผ่อน” * เมื่อเขาตอบคำถามไม่ได้ ฮอลแลนด์จึงพูดในเชิงเสียดสีว่าเขา “ไม่สนใจฟุตบอลมากพอ” ต่อหน้าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ไวท์รู้สึกไม่พอใจและเสียหน้า จนนำไปสู่การขอออกจากแคมป์ที่กาตาร์ทันที

2. กำแพงในยุคเซาธ์เกต

แม้เซาธ์เกตจะยืนยันว่า “ประตูยังเปิดกว้างเสมอ” และปฏิเสธว่าไม่มีการทะเลาะกัน แต่ไวท์ก็ยังคงให้ Edu (ผู้อำนวยการกีฬาของอาร์เซนอลในขณะนั้น) โทรไปแจ้ง FA ว่าเขา “ไม่ขอรับการพิจารณาติดทีมชาติ” ตลอดช่วงปี 2024 รวมถึงศึกยูโรด้วย

ทำไมถึงยอมกลับมาในตอนนี้ (มีนาคม 2026)?

การกลับมาของเบน ไวท์ ในวัย 28 ปี เกิดจากปัจจัยหลายอย่างประจวบเหมาะกันครับ:

  • ยุคใหม่ของ โธมัส ทูเคิล: ทันทีที่ทูเคิลรับตำแหน่งต้นปี 2025 เขาได้ต่อสายตรงคุยกับไวท์ทันที ซึ่งไวท์ก็ตอบรับด้วยความยินดี สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาของเขาอาจจะอยู่ที่ตัวบุคคลในทีมงานชุดเก่ามากกว่าตัวทีมชาติเอง
  • ส้มหล่นจากวิกฤตกองหลัง: เดิมทีไวท์ไม่มีชื่อใน 35 คนแรกของทูเคิลด้วยซ้ำ เพราะเขาเสียตำแหน่งตัวจริงในอาร์เซนอลให้กับ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ และมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน
  • ตัวเลือกที่หมดไป: แต่การที่ จาเรลล์ ควอนซาห์ บาดเจ็บถอนตัว, รีซ เจมส์ ยังไม่ฟิต, ไคล์ วอล์กเกอร์ เลิกเล่นทีมชาติ และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ถูกเมินอย่างปริศนา ทำให้ทูเคิลตัดสินใจเรียกเบน ไวท์ กลับมาช่วยทีมในเกมพบ อุรุกวัย และ ญี่ปุ่น ในช่วงปลายเดือนนี้

บทบาทของเบน ไวท์ ในฟุตบอลโลก 2026

การกลับมาครั้งนี้สำคัญมาก เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายก่อนที่ทูเคิลจะประกาศรายชื่อลุยฟุตบอลโลก 2026 หากเขาทำผลงานได้ดีในเกมอุ่นเครื่องเดือนนี้ เขาก็มีโอกาสสูงที่จะเบียดเข้าไปเป็นหนึ่งในขุนพลสิงโตคำรามที่อเมริกาเหนือ

Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram