ประเดิมศึกฟุตบอลโลก 2026: เม็กซิโก เปิดรังอัด แอฟริกาใต้ 2-0 ในเกมสุดเดือด 3 ใบแดง
ศึกฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการและเร้าใจสมการรอคอย เมื่อ “จังโก้” เม็กซิโก หนึ่งในชาติเจ้าภาพร่วม ประเดิมสนามด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยม เอาชนะ แอฟริกาใต้ ไปได้ 2-0 ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้ามาชมเกมจนล้นความจุ ณ สนามเอสตาดิโอ อัซเตกา ซึ่งถือเป็นการกลับมาจัดนัดเปิดสนามบอลโลกอีกครั้งของสังเวียนแห่งนี้ ต่อจากปี 1970 และ 1986
ก่อนที่เสียงนกหวีดแรกจะดังขึ้น แฟนบอลทั่วโลกได้ตื่นตาตื่นใจกับพิธีเปิดอันมีสีสัน ซึ่งนำทัพโดยศิลปินระดับโลกอย่าง ชากีร่า (Shakira) ที่มาสร้างบรรยากาศคาร์นิวัลสุดคึกคักให้กับทัวร์นาเมนต์
จุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบของเจ้าภาพ เม็กซิโก ทีมอันดับ 14 ของโลก ไม่ปล่อยให้แฟนบอลต้องรอนาน เพียงแค่นาทีที่ 9 ของเกม พวกเขาก็ได้ประตูเบิกร่องอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เอริค ลิร่า เข้าสกัดบอลจาก ยาย่า ซิโธเล่ กองกลางแอฟริกาใต้ บอลตกมาเข้าทาง จูเลียน ควิโญเนส ที่กดเต็มข้อส่งบอลลอดขา รอนเวน วิลเลียมส์ ผู้รักษาประตูทีมเยือนเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างเด็ดขาด
ควิโญเนส เกือบทำประตูที่สองของตัวเองได้ในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก แต่ลูกยิงจังหวะแรกระยะ 12 หลาของเขาพุ่งไปชนโคนเสาอย่างน่าเสียดาย
จุดเปลี่ยนของเกมและใบแดงแรก งานของเจ้าภาพง่ายขึ้นไปอีกเมื่อเริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 5 นาที ยาย่า ซิโธเล่ ของแอฟริกาใต้ ต้องรับใบแดงไล่ออกจากสนาม โทษฐานทำฟาวล์ ไบรอัน กูเตียร์เรซ ในจังหวะที่กำลังจะหลุดเดี่ยวเข้าไปทำประตู ทำให้ทัพ “บาฟาน่า บาฟาน่า” ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน
น้ำตาแห่งความปิติของ ‘ราอูล ฮิเมเนซ’ ไฮไลท์สำคัญที่เต็มไปด้วยความตื้นตันใจเกิดขึ้นเมื่อ ราอูล ฮิเมเนซ ศูนย์หน้าจอมเก๋าวัย 35 ปี ทะยานขึ้นโหม่งลูกครอสของ โรแบร์โต้ อัลวาราโด้ เข้าไปอย่างทรงพลัง เป็นประตูตอกย้ำชัยชนะ 2-0 ให้กับเม็กซิโก
นี่คือประตูแรกในเวทีฟุตบอลโลกของฮิเมเนซ และภาพที่เขากลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ขณะฉลองชัยกับเพื่อนร่วมทีม ถือเป็นภาพที่ทรงพลังอย่างยิ่ง หากย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน 2020 เขาเคยประสบอุบัติเหตุกะโหลกศีรษะร้าวขั้นรุนแรงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดสมัยเล่นให้วูล์ฟแฮมป์ตัน การกลับมายืนหยัดและทำประตูบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกครั้งนี้ จึงมีความหมายต่อศูนย์หน้าที่จะย้ายจากฟูแล่มกลับไปสวมเสื้อวูล์ฟส์อีกครั้งในฤดูกาลหน้าอย่างมหาศาล
สถิติใหม่และบทสรุปสุดเดือด เกมนัดนี้ยังมีหน้าประวัติศาสตร์ใหม่เกิดขึ้น เมื่อ กิลแบร์โต้ โมร่า มิดฟิลด์ดาวรุ่งทีมชาติเม็กซิโกวัย 17 ปี ถูกส่งลงสนาม ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เป็นรองเพียงแค่ เปเล่ ตำนานลูกหนังทีมชาติบราซิลที่เคยลงเล่นในวัย 17 ปีเมื่อปี 1958
อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายเกมกลับเต็มไปด้วยความเดือดดาล เมื่อผู้ตัดสินต้องควักใบแดงเพิ่มอีก 2 ใบ เริ่มจาก เธมบ้า ซวาเน่ ตัวสำรองของแอฟริกาใต้ที่โดนไล่ออกจากการไปตบหน้า อัลวาราโด้ ทำให้ทีมเยือนเหลือผู้เล่นเพียง 9 คน ก่อนที่ในช่วงท้ายเกม เซซาร์ มอนเตส ของเม็กซิโก จะมาโดนใบแดงไปอีกคนจากการทำฟาวล์ใส่ คูลิโซ มูดาอู
จบเกม เม็กซิโก รักษาสกอร์นำและคว้า 3 แต้มประเดิมทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2026 ในบ้านเกิดได้อย่างสวยงาม สมฐานะหนึ่งในทีมเต็งของกลุ่ม


