‘กำแพงเหล็กแห่งทะเลทราย’: ซาอุดีอาระเบีย สู้ยิบตายันเสมอ อุรุกวัย 1-1 หักปากกาเซียนศึกฟุตบอลโลก 2026
เมื่อเกมรับที่เปี่ยมไปด้วยวินัย ต้องมาปะทะกับพายุเกมรุกที่ดุดัน… ผลลัพธ์ที่ได้คือแมตช์สุดมันส์ที่บีบหัวใจแฟนบอลตลอด 90 นาที! ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ทัพ “เหยี่ยวมรกต” ทีมชาติซาอุดีอาระเบีย สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการยันเสมอทีมเต็งอย่างทัพ “จอมโหด” ทีมชาติอุรุกวัย ไปด้วยสกอร์ 1-1 ชนิดที่ผู้รักษาประตูต้องออกแรงเซฟจนมือแทบพัง
หมัดแรกของเหยี่ยวมรกต
เกมนี้ อุรุกวัย ของกุนซือ มาร์เซโล บิเอลซ่า จัดทัพใหญ่หวังเก็บ 3 แต้ม นำทัพโดย เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ และ ดาร์วิน นูนเญซ แต่รูปเกมในครึ่งแรกกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อซาอุดีอาระเบียเตรียมแผนมาตั้งรับอย่างรัดกุมและรอสวนกลับ
ความอดทนของซาอุฯ สัมฤทธิ์ผลในนาทีที่ 41 จากจังหวะเตะมุม บอลชุลมุนหน้าปากประตู ก่อนที่ อับดุลอิลาห์ อัล อัมรี ปราการหลังตัวเก่ง จะเติมขึ้นมาซัดจ่อๆ ระยะเผาขน ส่งบอลตุงตาข่ายผ่านมือ เฟร์นานโด มุสเลร่า เข้าไปอย่างเด็ดขาด พาซาอุดีอาระเบียพลิกขึ้นนำ 1-0 ท่ามกลางความตกตะลึงของแฟนบอลจอมโหด และรักษาสกอร์นี้ไว้ได้จนจบครึ่งแรก
พายุเกมรุกจอมโหด และกำแพงเหล็ก ‘อัล โอวาอิส’
เข้าสู่ครึ่งหลัง อุรุกวัยแก้เกมทันทีด้วยการถอด ดาร์วิน นูนเญซ ออก และส่ง อกุสติน คานอบบิโอ ลงมาแทน พร้อมกับเปิดโหมดพับสนามบุกแบบวันเวย์
แต่ทว่านี่คือครึ่งเวลาที่ โมฮัมเหม็ด อัล โอวาอิส ผู้รักษาประตูทีมชาติซาอุดีอาระเบีย ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว เขางัดฟอร์ม “องค์ลง” โชว์ซูเปอร์เซฟปฏิเสธลูกยิงของอุรุกวัยแบบนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นลูกโหม่งจ่อๆ ของ เฟเดริโก้ วินญาส, ลูกตะบันไกลของ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ หรือจังหวะสับไกของ นิโกลัส เด ลา ครูซ ก็ไม่สามารถผ่านมือและปฏิกิริยาอันยอดเยี่ยมของนายด่านรายนี้ไปได้
ประตูปลดล็อกที่รอคอยของอุรุกวัย
ความพยายามของทัพจอมโหดมาประสบความสำเร็จเอาในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 80 จากความผิดพลาดในการเคลียร์บอลของแนวรับซาอุฯ บอลหลุดมาถึง มักซี่ อาเราโฮ ทางกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งเรียดเสียบมุมเสาไกลเข้าไปอย่างเฉียบขาด ช่วยให้อุรุกวัยตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1
ช่วงเวลาที่เหลือ อุรุกวัยโหมบุกอย่างหนักเพื่อหวังประตูชัย และได้ลุ้นจากทั้งจังหวะเตะมุมและลูกยิงไกล แต่กำแพงแนวรับของซาอุฯ ที่นำโดย อัล โอวาอิส ก็ยังคงยืนหยัดต้านทานพายุบุกลูกแล้วลูกเล่าไว้ได้ จนกระทั่งสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน (ทดเวลาบาดเจ็บยาวนานถึง 9 นาที)
บทสรุป: ซาอุดีอาระเบีย คว้า 1 คะแนนล้ำค่าที่คู่ควรด้วยสปิริตนักสู้และวินัยในเกมรับระดับปรมาจารย์ ขณะที่ อุรุกวัย ต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนักในเรื่องของความเด็ดขาดในการจบสกอร์ นี่คืออีกหนึ่งเกมที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ในเวทีฟุตบอลโลก ไม่มีคำว่า “งานง่าย” สำหรับทีมยักษ์ใหญ่แม้แต่เกมเดียว


