‘เปิดกระเป๋าตังค์ฟีฟ่า’: สำรวจขุมทรัพย์ 1.3 หมื่นล้านเหรียญ เงินมหาศาลมาจากไหน และหายไปไหนในโลกลูกหนัง?
“ทุกๆ ดอลลาร์ จะถูกส่งคืนกลับสู่การพัฒนาวงการฟุตบอล” นั่นคือคำกล่าวอ้างอันสวยหรูของ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ในการแถลงข่าวที่เม็กซิโกซิตี้ ก่อนที่ศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่และยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ (39 วัน, 104 แมตช์, 48 ทีม) จะเปิดฉากขึ้น
ในฐานะ “องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร” ฟีฟ่ามักจะย้ำเสมอว่าพวกเขาคือผู้พิทักษ์และผู้แจกจ่ายความมั่งคั่งกลับคืนสู่ผืนหญ้า แต่เมื่อเราลองเปิดงบดุลและเจาะลึกเข้าไปในวัฏจักรการเงินของพวกเขา เราจะพบกับโครงสร้างธุรกิจที่ซับซ้อน มหาศาล และบางครั้ง… ก็เต็มไปด้วยคำถาม
ฟุตบอลโลก: เครื่องจักรผลิตเงินที่ไม่มีวันหยุดพัก
วัฏจักรการเงินของฟีฟ่าจะผูกติดอยู่กับรอบ 4 ปีของฟุตบอลโลกชาย ใน 3 ปีแรก ฟีฟ่ามักจะขาดทุน แต่ในปีที่ 4 พวกเขาจะกอบโกยรายได้มหาศาลกลับมาจนกลบตัวแดงได้ทั้งหมดและเหลือเป็นกำไรมหาศาล
ในรอบบัญชีปี 2023-2026 ฟีฟ่าตั้งเป้ารายได้ไว้สูงลิ่วถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.5 แสนล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรอบที่แล้วถึง 70%! และแน่นอนว่ากว่า 9 พันล้านดอลลาร์ จะหลั่งไหลเข้ามาในปี 2026 นี้เพียงปีเดียว โดยมีฟุตบอลโลกที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเดอะแบก
รายได้ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ มาจากไหน?
- 68% (ราว 8.9 พันล้านดอลลาร์) มาจากการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, แพ็กเกจต้อนรับ (Hospitality) และการขายตั๋วเข้าชม
- แม้ฟีฟ่าจะบอกว่าพวกเขาตั้งงบรายจ่ายไว้ที่ 12.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อส่งคืนเงินกลับสู่ฟุตบอลให้มากที่สุด แต่ในรอบสองครั้งที่ผ่านมา ฟีฟ่ากลับมีเงินสดเหลือเก็บเข้าคลังถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ต่อรอบ! ปัจจุบัน ฟีฟ่ามีเงินสำรองและสินทรัพย์ทางการเงินซ่อนอยู่เกือบ 6 พันล้านดอลลาร์
ลิขสิทธิ์ทีวี และเงาของ ‘ซาอุดีอาระเบีย’
รายได้ก้อนโตที่สุดของฟีฟ่าคือ “ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด” ซึ่งในอดีต ยุโรปคือลูกค้ารายใหญ่ที่สุด แต่ปัจจุบัน แหล่งเงินทุนได้เคลื่อนย้ายไปยังภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง (MENA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่น่าสนใจคือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ฟีฟ่าในยุคนี้ สอดคล้องกับความสัมพันธ์อันหอมหวานระหว่างพวกเขากับ ซาอุดีอาระเบีย
- ฟีฟ่าเพิ่งเซ็นสัญญาโกลบอลพาร์ตเนอร์ 4 ปี กับ Aramco บริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุฯ (มูลค่าไม่เปิดเผย แต่มหาศาลแน่นอน) ซึ่งแบนเนอร์ของ Aramco ก็โผล่หราอยู่ข้างสนามตั้งแต่เกมนัดเปิดสนามที่อัซเตก้า
- ศึกชิงแชมป์สโมสรโลก (Club World Cup) ที่เพิ่งจบไป ก็ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติซาอุฯ (PIF)
- และที่สำคัญที่สุด… ซาอุดีอาระเบีย เพิ่งได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 แบบไร้คู่แข่ง ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องการรวบรัดตัดตอนของฟีฟ่า
เงินไปไหน? ‘FIFA Forward’ และกลยุทธ์ซื้อใจชาติสมาชิก
เมื่อฟีฟ่าหาเงินได้เก่งขึ้น การใช้เงินเพื่อรักษาฐานอำนาจของอินฟานติโน่ก็เติบโตตามไปด้วย โครงการหลักที่ชื่อว่า FIFA Forward คือเครื่องมือสำคัญที่ใช้กระจายรายได้สู่ชาติสมาชิกทั้ง 211 ประเทศ
- ในยุคของ เซปป์ แบล็ตเตอร์ ชาติสมาชิกจะได้รับเงินอุดหนุนราว 2.1 ล้านดอลลาร์ต่อ 4 ปี
- แต่ในยุคของ อินฟานติโน่ ตัวเลขนี้พุ่งพรวด! โครงการ Forward 3.0 (รอบปัจจุบัน) แจกเงินให้ชาติสมาชิกสูงสุดถึง 8 ล้านดอลลาร์ต่อรอบ และระดับสมาพันธ์รับไปสูงสุดถึง 60 ล้านดอลลาร์!
การอัดฉีดเงินมหาศาลเช่นนี้ คือคำตอบว่าทำไมชาติสมาชิกเล็กๆ ทั่วโลกถึงยังคงให้การสนับสนุนอินฟานติโน่ให้เป็นประธานฟีฟ่าต่อไปอย่างเหนียวแน่น แม้ว่าองค์กรจะต้องเผชิญกับข่าวฉาวแค่ไหนก็ตาม
ค่าตัวผู้บริหาร และความโปร่งใสที่ถูกตั้งคำถาม
ฟีฟ่ามักจะบอกว่า 90% ของเงินทั้งหมดจะถูกนำไปลงทุนซ้ำ แต่พวกเขาไม่ค่อยพูดถึง “ต้นทุนการบริหารองค์กร” ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
- ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในรอบ 4 ปีนี้ คาดว่าจะพุ่งไปแตะที่เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
- งบการจัดการประชุมสภาฟีฟ่า (FIFA Congress) ประจำปี ใช้เงินไปถึง 30 ล้านดอลลาร์
- เงินเดือนของ จานนี่ อินฟานติโน่ ในปี 2025 เพียงปีเดียว พุ่งสูงถึง 6 ล้านดอลลาร์ (ราว 200 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 29% และรวมแล้วเขารับทรัพย์ไปมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์ตลอด 9 ปีที่นั่งเก้าอี้
อนาคตที่ท้าทาย หรือกับดักความมั่งคั่ง?
แม้ว่าตัวเลขบนกระดาษจะดูสวยหรู แต่ฟุตบอลโลก 2026 ก็เต็มไปด้วยเสียงก่นด่า โดยเฉพาะประเด็น “ราคาตั๋วเข้าชมที่แพงหูฉี่” จนเกิดการฟ้องร้องจากอัยการรัฐหลายแห่งในสหรัฐฯ รวมถึงความพยายามของฟีฟ่าที่จะยัดเยียด “ช่วงพักดื่มน้ำ” (Hydration break) เข้ามาในทุกเกม ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่านี่คือกลยุทธ์แอบแฝงเพื่อเพิ่มสล็อตเวลาโฆษณาทางทีวีในอนาคต
อาณาจักรฟีฟ่าไม่เคยร่ำรวยเท่านี้มาก่อน ชาติสมาชิกไม่เคยมีเงินทุนมากขนาดนี้ และฟุตบอลโลกก็ไม่เคยยิ่งใหญ่เท่านี้… แต่คำถามที่ผู้คนในวงการลูกหนังยังคงเฝ้าถาม คือความมั่งคั่งทั้งหมดนี้ ต้องแลกมาด้วยการกัดกร่อนความบริสุทธิ์และเสน่ห์ที่แท้จริงของกีฬาฟุตบอลไปมากน้อยเพียงใด?


