เจาะลึกเหตุผล! ทำไม ‘ทีมชาติอังกฤษ’ ถึงไม่เคยดวล ‘เมสซี่’ เลยแม้แต่ครั้งเดียว? ก่อนคิวบู๊ตัดเชือกฟุตบอลโลก 2026

‘การรอคอย 18 ปีที่สิ้นสุดลง’: ไขปริศนา ทำไม ‘ทัพสิงโตคำราม’ ถึงไม่เคยเผชิญหน้ากับ ‘เมสซี่’ ก่อนศึกตัดเชือกฟุตบอลโลก 2026

สถิติการพังประตูของ ลิโอเนล เมสซี่ ยามเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสโมสรจากเกาะอังกฤษ ถือเป็นฝันร้ายที่หลายคนขยาด…

ย้อนกลับไปในปี 2010 ที่บาร์เซโลน่า เราได้เห็นความมหัศจรรย์ระดับปรากฏการณ์ เมื่ออัจฉริยะชาวอาร์เจนไตน์เหมาคนเดียว 4 ประตู ถล่ม อาร์เซน่อล ไป 4-1 จน อาร์แซน เวนเกอร์ ถึงกับเอ่ยปากยอมรับว่า เมสซี่เล่นฟุตบอลราวกับเป็นตัวละครในวิดีโอเกม “เพลย์สเตชัน”

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เมสซี่ลงเล่นพบกับสโมสรจากอังกฤษไป 35 นัด และตะบันไปถึง 27 ประตู ทว่า… มีความจริงข้อหนึ่งที่น่าเหลือเชื่อมากๆ ในโลกฟุตบอล นั่นคือ ลิโอเนล เมสซี่ ไม่เคยลงเล่นเจอกับ “ทีมชาติอังกฤษ” เลยแม้แต่วินาทีเดียว!

จนกระทั่งในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ ที่กำลังจะระเบิดศึกขึ้นที่เมืองแอตแลนต้า วันพุธนี้ การรอคอยอันยาวนานจึงจะได้สิ้นสุดลงเสียที… แล้วทำไมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โชคชะตาถึงไม่เคยนำพาทั้งคู่มาเจอกันเลย? นี่คือเหตุผลเบื้องหลังครับ

1. รอยด่างพร้อยจาก ‘ใบแดงนัดเดบิวต์’

ครั้งล่าสุดที่ ทีมชาติอังกฤษ โคจรมาพบกับ อาร์เจนตินา เกิดขึ้นในเกมกระชับมิตรที่เจนีวา เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2005 (เกมนั้นอังกฤษชนะ 3-2) ในตอนนั้น เมสซี่ ยังเป็นเพียงดาวรุ่งวัย 18 ปี และเขา “ติดโทษแบน” อดลงสนาม!

สาเหตุมาจากเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านั้น เมสซี่ได้ประเดิมสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกมพบ ฮังการี แต่เขาดันถูกใบแดงไล่ออกหลังจากลงสนามไปได้เพียงแค่ 47 วินาที เนื่องจากผู้ตัดสินมองว่าเขาจงใจชักศอกใส่ วิลมอส วานชัค ที่เข้ามาดึงเสื้อเขา

ใบแดงนั้นทำให้ดาวรุ่งอย่างเมสซี่ถึงกับใจสลาย และมันก็พรากโอกาสแรกที่เขาจะได้ดวลกับทัพสิงโตคำรามไปโดยปริยาย

(ส่วนการพบกันในเกมทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ครั้งล่าสุดของทั้งสองชาติ ต้องย้อนไปถึงฟุตบอลโลก 2002 ที่ เดวิด เบ็คแฮม ซัดจุดโทษล้างตาพาทีมชนะ 1-0 ซึ่งตอนนั้นเมสซี่ยังไม่ติดทีมชาติ)

2. กำแพงตารางแข่ง และ โลกฟุตบอลที่เปลี่ยนไป

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ปฏิทินการแข่งขันระดับชาติที่เปลี่ยนไป สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ริเริ่มรายการแข่งขันอย่าง “ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก” ขึ้นมา ทำให้ตารางคิวเตะของทีมในยุโรปอัดแน่นจนแทบไม่มีคิวว่างไปเตะอุ่นเครื่องข้ามทวีป

ในขณะเดียวกัน สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา (AFA) ก็มักจะเลือกจัดโปรแกรมอุ่นเครื่องกับทีมในอเมริกาใต้ด้วยกันเอง หรือไม่ก็เลือกเดินสายไปเตะในตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ ซึ่งมอบผลตอบแทนทางการเงินที่มหาศาลกว่า

3. อุปสรรคเรื่อง ‘ค่าตัวมหาศาล’ และคดีความ

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เคยมีการพูดคุยเบื้องต้นเพื่อดึงอาร์เจนตินามาเตะอุ่นเครื่อง แม้เงินจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับ FA แต่การจะเชิญแชมป์โลกปี 2022 ที่มี ลิโอเนล เมสซี่ นำทัพนั้น ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาล

มีรายงานว่า ปัจจุบัน AFA ทำรายได้จากสปอนเซอร์ถึงปีละกว่า 80 ล้านดอลลาร์ และ คิดค่าตัวในการลงเตะอุ่นเครื่องสูงถึงนัดละ 3-4 ล้านดอลลาร์! (ราว 100-140 ล้านบาท) โดยทีมคู่แข่งจะต้องจ่าย “ค่าพรีเมียม” เพิ่มเติม หากการันตีว่าเมสซี่จะลงสนาม

นอกจากนี้ AFA ยังพัวพันกับปัญหาทางกฎหมายในสหรัฐฯ เช่น การถูกโปรโมเตอร์ในไมอามีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 7 ล้านดอลลาร์ โทษฐานทำผิดสัญญาที่เมสซี่ไม่ได้ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกับเวเนซุเอลา และล่าสุดยังมีข่าวฉาวที่ FBI กำลังสืบสวน AFA ในคดีที่อาจเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้อาจทำให้สมาคมฟุตบอลชาติอื่นๆ ระมัดระวังในการเจรจาธุรกิจด้วย

โอกาสทองของสิงโตคำราม?

ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังการแคล้วคลาดกันจะวุ่นวายแค่ไหน แต่ในที่สุด ชะตากรรมก็นำพาทั้งคู่มาเจอกันในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก

ในวัย 39 ปี เมสซี่ต้องกรำศึกหนักและใช้พลังงานไปมหาศาลตลอดทัวร์นาเมนต์นี้ ขณะที่อาร์เจนตินาเองก็ดูมีจุดเปราะบางให้เห็นในหลายๆ นัด นี่อาจเป็น “ช่วงเวลาที่ดีที่สุด” สำหรับทีมชาติอังกฤษที่จะเผชิญหน้ากับเขา และมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์เขี่ยแชมป์เก่าตกรอบ

ไม่ว่าผลการแข่งขันในวันพุธนี้จะออกมาเป็นอย่างไร นี่คือกำไรของแฟนบอลทั่วโลก ที่ในที่สุด… ก็จะได้เห็น ทัพสิงโตคำราม ลงดวลแข้งกับ ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเสียที!

Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram