‘ฟางเส้นสุดท้าย’: ประธานยูฟ่าคว่ำบาตรนัดชิงบอลโลก ฉะฟีฟ่าแทรกแซง-แหกกฎสารพัด
เกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง สเปน และ อาร์เจนตินา อาจจะจบลงไปแล้ว แต่คลื่นใต้น้ำระหว่างองค์กรลูกหนังระดับโลกกำลังก่อตัวเป็นสึนามิ เมื่อ อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ปฏิเสธที่จะเดินทางไปร่วมชมเกมที่นิวเจอร์ซีย์ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นสัญญาณตอกย้ำถึง “ความแตกหัก” อย่างสมบูรณ์แบบระหว่าง ยูฟ่า และ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)
ในฐานะรองประธานฟีฟ่า ตามปกติแล้วเซเฟรินจะต้องปรากฏตัวในเกมนัดชิงชนะเลิศ แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขาเลือกที่จะหันหลังให้กับแมตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก?
ดราม่า ‘บาโลกุน’ และการแทรกแซงที่ข้ามเส้น
จุดแตกหักสำคัญมาจากกรณีของ โฟลาริน บาโลกุน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่โดนใบแดงในเกมพบ บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา แต่กลับถูกฟีฟ่า “ระงับโทษแบน” เพื่อให้เขาลงเล่นในนัดพบกับเบลเยียมได้
ยูฟ่า ออกมาประณามการตัดสินใจครั้งนี้อย่างรุนแรงว่า “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่อาจทำความเข้าใจได้ และไม่มีเหตุผลรองรับ” พร้อมระบุว่าฟีฟ่าได้ทำสิ่งที่ “ล้ำเส้น” ไปแล้ว
สิ่งที่สร้างความไม่พอใจอย่างหนักคือ “การแทรกแซงทางการเมือง” หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่าเขาได้โทรศัพท์หา จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า เรื่องใบแดงของบาโลกุน และชมว่าอินฟานติโน่ตัดสินใจได้ยอดเยี่ยมที่ระงับโทษแบน
แม้ อินฟานติโน่ จะยืนยันว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และสื่ออย่าง The Times จะแฉว่าการตัดสินใจมาจาก โมฮัมเหม็ด อัล-คามาลี สมาชิกคณะกรรมการวินัยเพียงคนเดียว แต่ยูฟ่าก็ไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใสนี้อีกต่อไป
ยูฟ่าประกาศกร้าว ‘ไม่เอาด้วย’ กับกฎใหม่ฟีฟ่า
ความขัดแย้งยังลามไปถึงเรื่องการบริหารจัดการและกฎกติกาในสนาม:
- ต่อต้านเพิ่มทีม: ยูฟ่า รวมถึงสมาพันธ์จากเอเชียและคอนคาเคฟ ต่างคัดค้านข้อเสนอของฟีฟ่าที่จะเพิ่มทีมในฟุตบอลโลกจาก 48 เป็น 64 ทีม โดยเซเฟรินมองว่าเป็นแนวคิดที่แย่มาก
- เมินกฎ VAR ใหม่: ยูฟ่าสั่งการให้ผู้ตัดสินในยุโรป ไม่ทำตามกฎกติกาใหม่ที่ฟีฟ่าเพิ่งนำมาใช้แบบฉุกเฉินในบอลโลก เช่น กฎที่ให้ VAR แทรกแซงการแจกใบเหลืองแรกได้ รวมถึงกฎการแจกใบแดงนักเตะที่เอามือป้องปากเวลาเถียงคู่แข่ง หรือผู้เล่นที่เดินออกจากสนามเพื่อประท้วงผู้ตัดสิน
- จุดยืนเรื่องผู้ตัดสิน: ยูฟ่า ได้แต่งตั้ง โอมาร์ อาร์ตาน ผู้ตัดสินชาวโซมาเลีย ที่ถูกสหรัฐฯ ปฏิเสธวีซ่าห้ามเข้าประเทศเพื่อทำหน้าที่ในฟุตบอลโลก ให้ไปทำหน้าที่ในศึกใหญ่อย่าง “ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ” ระหว่าง เปแอสเช พบ แอสตัน วิลล่า ในเดือนสิงหาคมแทน เพื่อเป็นการตอบโต้และแสดงจุดยืนเคียงข้างผู้ตัดสิน
โชว์พักครึ่งแหกกฎ และตั๋วผีที่ทำร้ายแฟนบอล
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก คือการที่ฟีฟ่ายอมฉีกกฎของตัวเอง (ที่ระบุให้พักครึ่งได้ไม่เกิน 15 นาที) เพื่อจัดโชว์คอนเสิร์ตฮาล์ฟไทม์โชว์สไตล์ซูเปอร์โบวล์ ที่นำทัพโดย มาดอนน่า, จัสติน บีเบอร์ และ ชากีร่า ทำให้การพักครึ่งลากยาวไปถึง 27 นาที 19 วินาที!
โชว์ดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับที่ค่อนข้างเงียบเหงาในสนาม ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ ตำนานทีมชาติอังกฤษ วิจารณ์ตรงไปตรงมาว่า:
“ผมชอบศิลปินเหล่านี้นะ แต่ผมคิดว่าโชว์นี้มันห่วยแตกมาก”
ยิ่งไปกว่านั้น เกมนัดชิงยังต้องเริ่มเตะล่าช้าไป 6 นาที เนื่องจากสุนทรพจน์ที่ยืดยาวของ ทอม ครูซ
ตบท้ายด้วยเรื่องราคาตั๋ว ที่เซเฟรินเคยออกมาเตือนฟีฟ่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคมว่าอย่าปล้นแฟนบอล ฟุตบอลโลกครั้งนี้ทำสถิติขายตั๋วแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยที่นั่งแถวหน้าบางที่นั่งถูกขายในราคาถึง 32,970 ดอลลาร์ (ราว 1.1 ล้านบาท) ในขณะที่แพ็กเกจวีไอพีสุดหรูพุ่งสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ (ราว 36 ล้านบาท) ต่อหัว!
รอยร้าวระหว่างสององค์กรยักษ์ใหญ่แห่งโลกลูกหนังครั้งนี้ ถือเป็นมหากาพย์ที่ต้องจับตาดูกันยาวๆ เพราะมันอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางของฟุตบอลทั้งโลกในอนาคตอันใกล้นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



