“อดีต BVB ครอบครัวตลอดกาล” สโมสรเยอรมันร่วมแสดงความยินดีกับกองกลางสเปนที่เคยลงเล่นเพียง 9 นัด แต่วันนี้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการฟุตบอลโลก
ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงเมื่อวันอาทิตย์ เมื่อสเปนเอาชนะอาร์เจนตินาในช่วงต่อเวลาพิเศษของนัดชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์โลกสมัยที่สองในประวัติศาสตร์ โดย เฟร์ราน ตอร์เรส ยิงประตูเดียวของเกมในนาทีที่ 106 ส่งให้ กระทิงดุ ขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลกจากผลงานที่เหนือชั้นอย่างสิ้นเชิง
หนึ่งในผู้ที่ได้รับเหรียญรางวัลผู้ชนะคืออดีตนักเตะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มิเกล เมริโน โดยสโมสรได้แสดงความยินดีกับดาวเตะรายนี้ผ่านบัญชี X อย่างเป็นทางการ ด้วยข้อความว่า “อดีต BVB ครอบครัวตลอดกาล 💛 ยินดีด้วยที่ได้เป็นแชมป์โลก มิเกล! 🏆🇪🇸”
บทบาทในนัดชิงชนะเลิศ
เมริโนลงมาจากม้านั่งสำรองในนาทีที่ 74 แทนที่ ดานี โอลโม และมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้สเปนรักษาการควบคุมเกมไว้ได้ เขาแสดงความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศด้วยการชนะการดวลบนอากาศ 3 จาก 5 ครั้ง พร้อมทำการบล็อก 1 ครั้งและเคลียร์บอล 1 ครั้ง โดยการจ่ายบอลส่วนใหญ่ของเขาอยู่ในแดนคู่แข่ง
อย่างไรก็ตาม เมริโนถูกตัดสินว่าล้ำหน้าในจังหวะสร้างประตูของ นิโก วิลเลียมส์ ในนาทีแรกของช่วงทดเวลาบาดเจ็บในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนจะโหม่งพลาดกรอบไปในระยะใกล้
แต่เมริโนก็ไถ่โทษตัวเองได้ในเวลาต่อมา ด้วยการบล็อกลูกยิงอันทรงพลังของ ลิโอเนล เมสซี่ ด้วยใบหน้าของตัวเอง ขณะที่สเปนสร้างความหงุดหงิดให้อาร์เจนตินาด้วยการเล่นเกมรับที่เหนียวแน่น
เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น ทีมสเปนก็ระเบิดความยินดี หลังกลับสู่จุดสูงสุดของวงการฟุตบอลโลกอีกครั้ง หลังผ่านไป 16 ปีนับจากแชมป์โลกสมัยแรก
วีรบุรุษแห่งรอบน็อกเอาท์
เมริโนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในรอบน็อกเอาท์ให้กับสเปน ด้วยการยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บพบโปรตุเกสในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนจะทำซ้ำอีกครั้งในเกมพบเบลเยียมในรอบถัดมา
เส้นทางจากดอร์ทมุนด์สู่แชมป์โลก
หลังคว้าแชมป์ยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2023 และยูโร 2024 มาแล้ว ตอนนี้เมริโนได้เพิ่มถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 อันทรงเกียรติเข้าไปในตู้โชว์รางวัลที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ทั้งหมดเริ่มต้นที่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเป็นที่ที่เขาคว้าถ้วย DFB Pokal ฤดูกาล 2016-17 อันเป็นถ้วยรางวัลแรกในอาชีพ
เขาย้ายมาร่วมทีมบุนเดสลีกาจากโอซาซูนาในลาลีกาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2016 ด้วยสัญญา 5 ปี แต่โอกาสในทีมชุดใหญ่หาได้ยาก โดยเมริโนลงเล่นให้ BVB เพียง 9 นัดในทุกรายการเท่านั้น
จากนั้นกองกลางรายนี้ย้ายไปนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดแบบยืมตัวก่อนย้ายถาวร แต่ที่ เรอัล โซเซียดัด ต่างหากที่อาชีพของเขาเบ่งบานอย่างแท้จริง หลังผ่านไป 6 ปีที่ประสบความสำเร็จ เมริโนย้ายไปอาร์เซนอลในปี 2024 และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2026 แม้จะเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนามในเกมชิงกับ PSG ก็ตาม
จากผู้เล่นที่ลงสนามเพียง 9 นัดในดอร์ทมุนด์ สู่วีรบุรุษผู้ยิงประตูชัยสองนัดในรอบน็อกเอาท์และคว้าแชมป์โลก เส้นทางของมิเกล เมริโน คือบทพิสูจน์ว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น แต่อยู่ที่ความพากเพียรตลอดเส้นทาง


