ทัพจิงโจ้ เร่งเก็บข้อมูลทีมชาติสหรัฐฯ หวังผล ฟุตบอลโลก 2026

ทัพจิงโจ้ เร่งเก็บข้อมูล โปเชตติโน และทีมชาติสหรัฐฯ หวังผล ฟุตบอลโลก 2026

เมาริซิโอ โปเชตติโน กินอะไรเป็นอาหารเช้า? โทนี่ โปโปวิช เฮดโค้ชทีมชาติออสเตรเลีย (Socceroos) เองก็ไม่แน่ใจนัก แต่เขาไม่ได้ปิดกั้นที่จะหาคำตอบ ในขณะที่เขาและทีมงานกำลังพยายามดูดซับทุกข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับสหรัฐอเมริกาและคู่แข่งร่วมกลุ่มรายอื่นๆ ก่อนที่ศึกฟีฟ่า เวิลด์คัพ ปีนี้จะเริ่มต้นขึ้น

ผ่านไปเพียง 4 เดือนเศษหลังการจับสลากแบ่งสาย และเหลือเวลาอีกเพียง 3 เดือนก่อนทัวร์นาเมนต์จะเปิดฉาก การวางแผนและงานด้านโลจิสติกส์เพื่อเตรียมบุกตะลุยการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของพลพรรคชาวออสซี่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยเมื่อเดือนที่แล้วพวกเขาเพิ่งยืนยันว่า จะใช้สนามซ้อมร่วมของทีม โอ๊คแลนด์ รูทส์ (USL) และ โอ๊คแลนด์ โซล (USLW) เป็นฐานที่มั่นหลักในระหว่างศึกฟุตบอลโลก 2026

หลังจากถูกจับสลากให้อยู่ใน กลุ่ม D ร่วมกับสหรัฐอเมริกา, ปารากวัย และทีมจากยุโรปที่รอผลเพลย์ออฟ ความตื่นเต้นในช่วงแรกได้เปลี่ยนเป็นความจริงจังสำหรับโปโปวิชและทีมงาน แม้จะยังไม่รู้ชื่อคู่แข่งจากยุโรปจนกว่าจะถึงปลายเดือนมีนาคม แต่พวกเขาได้เริ่มงานชิ้นสำคัญในการวิเคราะห์พฤติกรรมและแนวโน้มของคู่แข่งที่ทราบชื่อแล้วอย่างละเอียด

“เรามีทีมงานที่ยอดเยี่ยมซึ่งกำลังเจาะลึกรายละเอียดในแบบที่คุณจินตนาการไม่ถึงเลยทีเดียว” โปโปวิชกล่าว “ทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามองหา เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น? ถ้ามันเกิดขึ้นซ้ำสองสามครั้ง เทรนด์ที่เห็นบ่อยๆ คืออะไร? หรือสิ่งต่อไปที่ทีมหรือโค้ชคนนั้นจะทำคืออะไร? เราพยายามจะครอบคลุมทุกมิติ”

“จุดเน้นหลักของเราคือตัวเราเอง [แต่] เราก็ต้องเข้าใจคู่แข่งด้วย เราต้องการรู้ว่าจุดแข็งของพวกเขาอยู่ตรงไหน และขุมกำลังที่พวกเขาจะจัดลงสนามเป็นอย่างไร”

“โค้ชทุกคนโฟกัสมากว่าจะปรับปรุงและพัฒนาทีมให้ดีขึ้นได้อย่างไร และแน่นอนว่าในระหว่างทาง เรามีโค้ชและนักวิเคราะห์ฝีมือดีที่กำลังเตรียมรายละเอียดทุกอย่างเพื่อให้รู้จักคู่แข่งของเราให้ดีที่สุด”

อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวของโปโปวิชไปไกลกว่าแค่การจองแคมป์ฝึกซ้อมหรือการรวบรวมข้อมูลนักเตะและโค้ชทีมชาติสหรัฐฯ ในฐานะงานคุมทีมชาติครั้งแรกของเขา โปโปวิชใช้เวลาไม่น้อยในการเติมเต็มช่องว่างทางความรู้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติครั้งแรกในชีวิต รวมถึงการทำความเข้าใจกับกฎใหม่ของฟีฟ่า

ตัวอย่างเช่น จากการที่ฟีฟ่ากำหนดให้มี การพักดื่มน้ำ (Drinks breaks) ในทุกแมตช์ ซึ่งจะทำให้เกมฟุตบอลโลกถูกแบ่งออกเป็น 4 ควอเตอร์โดยปริยาย โปโปวิชจึงวางแผนที่จะปรึกษากับโค้ชในลีก AFL (ออสเตรเลียนฟุตบอล) โดยตัวเขาเองนั้นเป็นแฟนพันธุ์แท้ของทีม ซิดนีย์ สวอนส์ ซึ่งโค้ชเหล่านี้ต้องวางแผนการเล่นที่เน้นระบบควอเตอร์อยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” เขาอธิบาย “[AFL] มีกลยุทธ์หลังจากจบควอเตอร์ พวกเขาทำอะไรในช่วง 3-4 นาทีแรก [ของควอเตอร์]? พวกเขาชิงความได้เปรียบได้อย่างไร? กลยุทธ์คืออะไร? และจะกลับเข้าสู่จังหวะของเกมได้อย่างไร?”

“มันเป็นคำถามที่ดี และเรากำลังมองหาจุดที่จะทำให้เราได้เปรียบเหนือคู่แข่ง จุดที่เราจะเก่งกว่าคนอื่น และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังพิจารณาอย่างแน่นอน”

ในขณะที่โปโปวิชพบว่าโค้ชทีมชาติคนอื่นๆ มักจะปิดบังเรื่องการเตรียมทีมเป็นธรรมดา แต่การเปลี่ยนสายจากฟุตบอลสโมสรมาสู่ทีมชาติกลับช่วยเปิดประตูที่เคยปิดตายให้เขา เช่น ทริปอิตาลีเมื่อเร็วๆ นี้ที่เขาและผู้ช่วย พอล โอคอน ได้เข้าเยี่ยมชมสโมสรยูเวนตุส รวมถึงการร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญจากกีฬาชนิดอื่น เช่น เอ็ดดี้ โจนส์ อดีตแชมป์รักบี้เวิลด์คัพและโค้ชทีมชาติญี่ปุ่นคนปัจจุบัน ซึ่งโปโปวิชได้ไปพบที่โตเกียวเมื่อสัปดาห์ก่อน

“เขาเคยคุมทีมมาแล้วอย่างน้อย 4 ชาติ เคยคว้าแชมป์โลก และผ่านการเตรียมทีมช่วง 5-6 สัปดาห์มานับครั้งไม่ถ้วน” โปโปวิชกล่าว “มุมมองของเขา… เขาเปิดกว้างมากและให้ข้อมูลผมเยอะมาก รวมถึงบทเรียนจากสิ่งที่พวกเขาเคยทำพลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการครอบครัวและเพื่อนฝูง หรือการให้วันหยุดแก่ทีมงานและนักเตะไม่เพียงพอ และคุณจะจัดการช่วงเวลา 5-6 สัปดาห์นั้นอย่างไร?”

“เพราะเราต้องการลงเล่นเกมแรกด้วยระดับที่สูงที่สุดและพร้อมลุยทันที แต่เราก็ไม่ต้องการให้ฟอร์มรูดมหาราชหลังจากผ่านเกมแรกไปแล้ว จะรักษามาตรฐานนั้นไว้อย่างไร? ผมกำลังพยายามเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“เรามีความคิดของเราเอง มีโค้ชผู้เชี่ยวชาญและทีมงานที่คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนเราอยู่ที่นี่ แต่ผมวางแผนที่จะไปพบผู้คนจากกีฬาประเภทอื่นๆ อีกหลายคนที่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ เพื่อดูว่าเราจะจัดการช่วง 5-6 สัปดาห์นั้นให้ดีที่สุดได้อย่างไร เพื่อให้เราพัฒนาและเก่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อการแข่งขันดำเนินไป”

Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram