ปิดฉาก ‘จอมโหด’ อุรุกวัย ร่วงรอบแรกสองสมัยติด สเปน เฉือนหวิว 1-0 ทะลุรอบน็อกเอาต์

‘รอยร้าวและคราบน้ำตาแห่งจอมโหด’: อุรุกวัย ร่วงรอบแรกบอลโลก สเปน ควงจ่าฝูงทะลุรอบน็อกเอาต์

ภาพของนักเตะที่เดินคอตกออกจากสนาม พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังระงมไปทั่วประเทศ… นี่คือจุดจบอันแสนขมขื่นของ ทีมชาติอุรุกวัย ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ภายใต้การนำทัพของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือจอมปรัชญา ทัพ “จอมโหด” พ่ายแพ้ต่อ แชมป์ยุโรป ทีมชาติสเปน 1-0 ส่งผลให้พวกเขาต้องกระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติ

90 นาทีที่เต็มไปด้วยดราม่า และความผิดพลาดที่ยากจะลืม

เกมที่สนาม เอสตาดิโอ อัครอน ณ เมืองกวาดาลาฮารา จบลงด้วยความปราชัยของอุรุกวัยจากประตูชัยในนาทีที่ 42 ของ อเล็กซ์ บาเอน่า ปีกตัวเก่งของสเปน ซึ่งจังหวะนี้กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เมื่อ เฟร์นานโด มุสเลร่า นายทวารจอมเก๋าวัย 40 ปี (ที่ลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นนัดที่ 19) รับบอลพลาดปล่อยให้ลูกยิงของบาเอน่าลอดมือเข้าประตูไปอย่างน่าเหลือเชื่อ

ความผิดพลาดนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของมุสเลร่าอย่างหนัก และเมื่อเริ่มครึ่งหลัง เขากลับไม่ปรากฏตัวในสนาม โดยถูกแทนที่ด้วย เซร์คิโอ โรเชต ซึ่งบิเอลซ่าเปิดเผยหลังเกมว่า “การเปลี่ยนตัวมุสเลร่าไม่ใช่การตัดสินใจของผม เฟร์นานโดเป็นคนขอเปลี่ยนตัวเอง”

ดราม่ายังไม่จบแค่นั้น ในนาทีที่ 57 บิเอลซ่าตัดสินใจถอด เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ กัปตันทีมคนสำคัญออก สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับมิดฟิลด์จากเรอัล มาดริด ก่อนที่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ออกุสติน คอนน็อบบิโอ จะโดนใบแดงไล่ออกจากสนามหลังไปทำฟาวล์รุนแรงใส่ เปา คูบาร์ซี่ ปิดฉากเกมที่สะท้อนให้เห็นถึงความแตกร้าวและไร้ระเบียบวินัยของอุรุกวัยได้อย่างชัดเจน

“ผมไม่สามารถดึงศักยภาพของอุรุกวัยและผู้เล่นของผมออกมาได้” บิเอลซ่า กล่าวยอมรับความล้มเหลวทันทีหลังจบเกม

1. สเปน: เส้นทางสู่แชมป์เปิดกว้าง? ชัยชนะนัดนี้ทำให้ลูกทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ คว้าแชมป์กลุ่ม H เดินหน้าเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย โดยจะไปรอพบกับ ออสเตรีย หรือ แอลจีเรีย ที่ลอสแอนเจลิส แนวรับของสเปนที่คุมจังหวะโดย โรดรี้ ทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง และการที่ ลามีน ยามาล กำลังเรียกความฟิตกลับมา ยิ่งทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่ยากจะต่อกร

2. รอยแค้นส่วนตัวของ ‘บาเอน่า’ ประตูชัยของ อเล็กซ์ บาเอน่า มีความหมายมากกว่าแค่เรื่องฟุตบอล ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน เขาเคยมีเรื่องบาดหมางถึงขั้นขึ้นศาลกับ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ กัปตันทีมอุรุกวัย การที่เขายิงประตูส่งทีมของคู่กรณีตกรอบ ย่อมเป็นความรู้สึกที่หอมหวานสำหรับปีกจากแอตเลติโก มาดริด รายนี้อย่างแน่นอน

3. จุดจบของทัพจอมโหดยุคเปลี่ยนผ่าน สมาคมฟุตบอลอุรุกวัยตั้งเป้าหมายไว้สูงถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ผลลัพธ์กลับจบลงด้วยการเป็นบ๊วยของกลุ่มร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ปัญหาความขัดแย้งภายในแคมป์ที่ หลุยส์ ซัวเรซ เคยออกมาแฉก่อนหน้านี้ ดูเหมือนจะเป็นความจริง รอยร้าวระหว่างนักเตะกับโค้ชทำให้ทีมขาดความเป็นหนึ่งเดียว และนี่จะเป็นโจทย์ใหญ่ที่อุรุกวัยต้องกลับไปทบทวนเพื่อสร้างทีมขึ้นมาใหม่

สรุปสถานการณ์กลุ่ม H

  • สเปน (แชมป์กลุ่ม) และ เคปเวิร์ด (รองแชมป์กลุ่ม) กอดคอเข้ารอบ
  • อุรุกวัย จบอันดับ 3 (มีเพียง 2 คะแนน) ไม่เพียงพอต่อการลุ้นโควตาอันดับ 3 ที่ดีที่สุด
  • ซาอุดีอาระเบีย รั้งบ๊วยของกลุ่ม กอดคออุรุกวัยตกรอบไปอย่างชอกช้ำ
Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram