แค่จะดูฟุตบอลโลก 2026 ให้สงบสุขในอเมริกาเหนือปีนี้ ดูเหมือนว่าเราต้องผ่านด่าน “การเมือง” ที่เขี้ยวลากดินยิ่งกว่ารอบแบ่งกลุ่มเสียอีก
สถานการณ์ในตอนนี้ (กุมภาพันธ์ 2026) ถือเป็น “วิกฤตความเชื่อมั่น” ครั้งใหญ่ เมื่อเงินงบประมาณเกือบ $1,000 ล้าน (ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท) ถูกแช่แข็งเพราะการปิดหน่วยงานรัฐ (Government Shutdown) ของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการ “เตะตัดขา” แผนความปลอดภัยของ 11 เมืองเจ้าภาพอย่างรุนแรง
วิกฤตงบประมาณ: ใครกำลังเดือดร้อนที่สุด?
การที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) และ FEMA ไม่มีงบประมาณจ่ายออกไป ทำให้เมืองต่างๆ เริ่ม “หายใจไม่ออก” โดยมีจุดวิกฤตดังนี้
1. ไมอามี (Miami) – เส้นตายคือสิ้นเดือนมีนาคม
- เงินที่รออยู่: $70 ล้าน
- ความเสี่ยง: หากไม่ได้เงินก้อนนี้ภายใน 31 มีนาคมนี้ งาน Fan Fest (เทศกาลแฟนบอลขนาดยักษ์) อาจถูกยกเลิกเป็นอย่างแรก เพราะไม่มีงบจ้างทีมรักษาความปลอดภัยและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
2. บอสตัน (Boston/Foxborough) – คำขู่ถอนตัว
- สถานะ: สภาเมือง Foxborough ขู่ว่าจะ “ไม่ยอมออกใบอนุญาตจัดงาน” (Entertainment License) ให้กับฟีฟ่า หากรัฐบาลกลางไม่จ่ายเงิน $7.8 ล้านมาช่วยค่าตำรวจและอาสาสมัคร
- ความสำคัญ: ที่นี่ต้องจัดแข่งถึง 7 นัด รวมถึงบิ๊กแมตช์อย่าง อังกฤษ พบ ฝรั่งเศส หากบอสตันถอนตัว จะเป็นหายนะของตารางแข่งทันที
3. แคนซัสซิตี้ (Kansas City) – ปัญหากำลังพล
- สถานะ: ตำรวจในพื้นที่แจ้งว่าไม่มีงบประมาณเพียงพอในการจ้างเจ้าหน้าที่ชั่วคราวให้ครอบคลุมตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด (SEAR I) ของสหรัฐฯ
สรุปตัวเลข “เงินแช่แข็ง”
| ประเภทงบประมาณ | จำนวนเงิน | วัตถุประสงค์ |
| FEMA Grant (ดั้งเดิม) | $625 ล้าน | ความปลอดภัยพื้นฐาน, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, อาสาสมัคร |
| Drone Mitigation | $250 ล้าน | ระบบตรวจจับและทำลายโดรนแปลกปลอมรอบสนาม |
| รวมงบประมาณที่ติดขัด | ~$900 – $990 ล้าน |




