ข้อมูลจาก Amadeus บริษัทเทคโนโลยีด้านการเดินทางระบุว่า ยอดจองเที่ยวบินไปยังอเมริกาเหนือพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่มีการประกาศตารางการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยพบว่านักเดินทางจาก สหราชอาณาจักร ครองสัดส่วนถึง 18% ของการจองทั้งหมด
แม้ว่าการเดินทางจากยุโรปไปยังสหรัฐฯ จะเคยชะลอตัวลงนับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2024 เนื่องด้วยความกังวลเรื่องการตรวจสอบพรมแดนที่เข้มงวดขึ้น แต่ดูเหมือนว่ากระแสฟุตบอลโลก 2026 จะขจัดความกังวลเหล่านั้นไปได้
สถิติที่น่าสนใจจากการจอง
- แฟนบอลตัวยง: แม้จะมีเหตุความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการกักตัวผู้อพยพโดยเจ้าหน้าที่ ICE ในเมืองมินนีแอโพลิสที่สร้างความหวาดกลัว แต่ยอดจองยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มแฟนบอลจาก อังกฤษและสกอตแลนด์
- ช่วงเวลาทอง: 37% ของยอดจองสำหรับช่วงทัวร์นาเมนต์ (11 มิ.ย. – 19 ก.ค.) เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือนหลังจากการจับสลากแบ่งสายสิ้นสุดลง
- นัดที่ฮอตที่สุด: ยอดจองเที่ยวบินต่อวันพุ่งสูงสุดสำหรับเกมนัดแรกในนิวยอร์กซิตี้ ระหว่าง บราซิล พบ โมร็อกโก ซึ่งมียอดจองสูงกว่า 2,500 เที่ยวบิน
ทัศนคติของแฟนบอล: “ฟุตบอลเหนือการเมือง”
พอล ชาร์ลส์ นักวิเคราะห์ด้านการเดินทางและ CEO ของบริษัทที่ปรึกษา The PC Agency ให้ความเห็นว่า:
“ทัวร์นาเมนต์นี้คือโอกาสที่จะได้เห็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ที่สุดในโลก และแฟนบอลพร้อมจะไปเกือบทุกที่เพื่อให้ได้ชมเกมระดับสุดยอด ไม่ว่านโยบายหรือการเมืองของประเทศเจ้าภาพจะเป็นอย่างไรก็ตาม”
อย่างไรก็ตาม เขายังเสริมว่า “ความปลอดภัย” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยนักท่องเที่ยวต่างหวังว่าสถานการณ์ในเมืองเจ้าภาพจะสงบเรียบร้อย และประกันการเดินทางของพวกเขาจะยังคงให้ความคุ้มครองตลอดช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม
ความคึกคักในแคนาดาและเม็กซิโก
ไม่เพียงแต่สหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยอดจองโรงแรมในแคนาดาและเม็กซิโกก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน:
- เม็กซิโกซิตี้: อัตราการเข้าพักเฉลี่ยในช่วงคืนก่อนการแข่งขัน 3 นัดในเมืองหลวง เพิ่มขึ้นเป็น 21% เมื่อเทียบกับเพียง 4% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
แม้ว่ายอดจองจะดูสดใส แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงเฝ้าระวังว่าการกวาดล้างผู้อพยพล่าสุดในสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อยอดจองในระยะยาวหรือไม่ เนื่องจากบทเรียนจากโอลิมปิกปารีส 2024 แสดงให้เห็นว่าอีเวนต์กีฬาใหญ่ไม่ได้การันตีการเติบโตของการท่องเที่ยวเสมอไป



