“ลูกบอลกลับบ้านแล้ว แล้วลูกเราล่ะ?” ! นักกิจกรรมแขวนภาพผู้สูญหายหน้าสนามบอลโลก

"ลูกบอลกลับบ้านแล้ว แล้วลูกเราล่ะ?" ! นักกิจกรรมแขวนภาพผู้สูญหายหน้าสนามบอลโลก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นักกิจกรรมและครอบครัวของผู้สูญหายในเม็กซิโกนำภาพใบหน้าของคนที่ตนตามหามาติดแสดงบริเวณรอบ สนามอัซเตก้า ในเม็กซิโกซิตี้ ซึ่งเป็นสนามที่เม็กซิโกจะเปิดตัวบอลโลกพบกับแอฟริกาใต้ในวันที่ 11 มิถุนายน โดยมุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลั่งไหลเข้ามาได้รับรู้วิกฤตการณ์ที่ถูกปิดบังมานาน

ตัวเลขที่โลกต้องรับรู้

เม็กซิโกมีผู้ถูกบันทึกว่าสูญหายอย่างเป็นทางการแล้วกว่า 130,000 คน นับตั้งแต่ปี 2549 เมื่อรัฐบาลเริ่มปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติดที่ก่อให้เกิดความรุนแรงตามมา โดยผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเชื่อว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้มาก ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติประกาศว่าวิกฤตการณ์นี้ร้ายแรงถึงขั้นจัดเป็น “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”

เสียงจากผู้ที่ตามหาลูก

วาเนซา โกเมซ ผู้ตามหาลูกสาวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว กล่าวกับ AFP ว่า “เรานำเรื่องนี้มาเปิดเผยให้เห็น เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองนี้ได้รู้ว่าเรามีวิกฤตการสูญหายอยู่จริง” ขณะที่ กาเบรียล ดิแอซ ผู้ตามหาน้องสาว กล่าวว่า “บอลโลกสำคัญกับเม็กซิโกซิตี้แค่ไหน คนที่หายไปก็ควรสำคัญพอๆ กัน”

นักกิจกรรมบางส่วนตะโกนคำขวัญว่า “ลูกบอลกลับบ้านแล้ว แล้วลูกเราจะกลับเมื่อไหร่?” พร้อมพ่นสีสเปรย์คำขวัญประท้วงบริเวณรอบสนาม

ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้การพัฒนาเมือง

ที่เมืองกวาดาลาฮาราซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองเจ้าภาพ กลุ่ม Luz de Esperanza Desaparecidos Jalisco สร้างสรรค์ “สติกเกอร์บอลโลก” ที่มีใบหน้าของผู้สูญหายแทนนักเตะ เพื่อดึงความสนใจของสาธารณชน โดยนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 เพียงปีเดียว พบหลุมฝังศพลับในเมืองถึง 58 แห่ง มีซากศพรวม 226 ชุด โดยห้าแห่งอยู่ห่างจากสนามอัครอนไม่ถึงห้ากิโลเมตร

แผนชุมนุมต่อเนื่องตลอดบอลโลก

ครอบครัวผู้สูญหายประกาศว่าจะจัดการประท้วงอย่างสงบตลอดการแข่งขันบอลโลก เริ่มตั้งแต่นัดเปิดสนาม 11 มิถุนายน พร้อมส่งจดหมายถึงสถานทูตต่างๆ เพื่อแจ้งเตือนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจส่งผลต่อนักท่องเที่ยวด้วย

เม็กซิโกคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวราว 5 ล้านคน เดินทางมาร่วมชมบอลโลก ซึ่งหมายความว่าเวทีระดับโลกที่รัฐบาลหวังจะอวดความยิ่งใหญ่ อาจกลับกลายเป็นกระจกสะท้อนวิกฤตมนุษยธรรมที่ยากจะซ่อนอีกต่อไป

Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram