‘สัจธรรมของกาลเวลา’: เมริโน่ ซัดชัยพาสเปนทะลุ 8 ทีม ดับฝันและปิดฉาก ‘โรนัลโด้’ สุดเงียบเหงา
ฟุตบอลมักมีวิธีสอนให้เรารู้จักสัจธรรมของกาลเวลาเสมอ… สำหรับ ทีมชาติสเปน ชัยชนะ 1-0 ในเกมรอบน็อกเอาต์ที่แสนอึดอัด คือมรดกอันล้ำค่าที่พวกเขาคู่ควร แต่สำหรับ ทีมชาติโปรตุเกส และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นี่คือการปิดฉากเส้นทางในทัวร์นาเมนต์ระดับชาติที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2004 ด้วยความเงียบเหงาและน่าเศร้าใจยิ่งนัก
แมตช์นี้ถูกปูเรื่องมาให้เป็นการดวลกันของสองซูเปอร์สตาร์ต่างยุคอย่าง ลามีน ยามาล และ โรนัลโด้ แต่ท้ายที่สุด คนที่ก้าวขึ้นมาตัดสินเกมกลับเป็นมิดฟิลด์ที่ไม่ได้หวือหวา ทว่ามักจะหาจังหวะจบสกอร์ได้ดีเสมออย่าง มิเกล เมริโน่
เมื่อสังขารสูบกลืนความอันตรายของ CR7
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาในเกมนี้คือ โรนัลโด้ ไม่ได้เป็นผู้ล่าที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แม้จะมีโอกาสยิงทักทายสองครั้งในครึ่งแรก แต่นอกเหนือจากนั้น การเคลื่อนที่ของเขาดูเชื่องช้า และแทบจะดูดกลืนพลังงานในเกมรุกของทีมไปจนหมด
ความจริงที่โหดร้ายปรากฏชัดเจนในนาทีที่ 94 เมื่อโปรตุเกสสร้างโอกาสทองจากการโหม่งได้สำเร็จ มันคือรูปแบบลูกเปิดที่โรนัลโด้ในยุคก่อนๆ จะต้องทะยานขึ้นไปโขกตุงตาข่ายอย่างไร้ปรานี แต่วันนี้ คนที่อยู่ตรงปลายทางของลูกครอสนั้นกลับเป็น แบร์นาร์โด้ ซิลวา กองกลางร่างเล็กที่โหม่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย
ความเชื่องช้าของโรนัลโด้ทำให้โปรตุเกสเจาะแนวรับสเปนได้ยากลำบาก มีอยู่จังหวะหนึ่งที่ทีมกำลังสวนกลับเร็ว แต่เมื่อบอลถูกส่งไปที่เขา ทุกอย่างก็ต้องชะงักลง ก่อนที่เขาจะเลือกจ่ายคืนหลังไป
โอกาสที่หลุดลอย และเซฟมหัศจรรย์ของ ‘คอสต้า’
รูปเกมโดยรวม สเปนเริ่มต้นได้ดีกว่า พวกเขาต่อบอลสั้นเจาะทะลุตรงกลางได้อย่างน่ากลัว มิเกล โอยาร์ซาบัล มีโอกาสหลุดเข้าไปยิงโล่งๆ แต่กลับสับไกหลุดกรอบไปอย่างน่าเหลือเชื่อ
ในขณะเดียวกัน ดิโอโก้ คอสต้า นายทวารโปรตุเกส ก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาโชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันลูกยิงของ ลามีน ยามาล และพุ่งปัดลูกซ้ำจ่อๆ ของ อเล็กซ์ บาเอน่า ด้วยมือบนได้อย่างเหลือเชื่อ ช่วยต่อลมหายใจให้ทัพฝอยทองได้หลายต่อหลายครั้ง
โปรตุเกสเองก็เกือบได้เฮ เมื่อ นูโน่ เมนเดส แบ็กซ้ายตัวเก่งที่เล่นได้อย่างโดดเด่น ซัดบอลไปแฉลบหัวของ เปโดร ปอร์โร่ ชนคานดังสนั่น ทว่าโชคร้ายที่เมนเดสได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก ทำให้ เนลสัน เซเมโด้ ต้องลงมารับมือกับความจี๊ดจ๊าดของยามาลแทน
ฮีโร่ปิดทองหลังพระ และประวัติศาสตร์ของทัพกระทิงดุ
เมื่อ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือโปรตุเกส ใช้โควตาเปลี่ยนตัวจนครบ 5 คน โรนัลโด้จึงต้องอยู่ในสนามต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เกมนี้ก็ไม่ต้องยืดเยื้อไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง ความอดทนของสเปนก็สัมฤทธิ์ผล ฟาเบียน รุยซ์ จ่ายบอลให้ โรดรี้ ก่อนฝากต่อให้ เฟร์ราน ตอร์เรส ที่มองเห็นช่องว่างในแนวรับโปรตุเกส จึงแทงทะลุช่องให้ มิเกล เมริโน่ หลุดเข้าไปแปสวนตัว ดิโอโก้ คอสต้า เข้าไปอย่างเยือกเย็น
ชัยชนะนัดนี้ ทำให้ สเปน กลายเป็นชาติแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ที่สามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 6 นัดติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบทีมที่ไม่มีช่องโหว่
ในทางกลับกัน โรนัลโด้ถูกทิ้งให้อยู่บนสนามตลอดทั้งเกมเพื่อรอคอยจังหวะจบสกอร์แบบนั้น… แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมา มีเพียงเสียงนกหวีดหมดเวลา ที่เป็นดั่งสัญญาณปิดฉากตำนานของเขาลงอย่างสมบูรณ์



