ในโลกของฟุตบอล แท็กติกเดิมๆ จากทัวร์นาเมนต์ที่แล้วอย่างฟุตบอลโลกมักจะใช้ไม่ได้ผลในครั้งถัดไป เช่นเดียวกับโลกของสื่อ เมื่อสิ้นปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาดได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า “การสื่อสารแบบแยกส่วน (Silo) ได้ตายไปแล้ว” และเรากำลังเข้าสู่ยุค “Total Screen” ที่พรมแดนระหว่างการดู, การฟัง และการไถหน้าจอรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
1. การพลิกโฉมกรวยการตลาด (Flipped Funnel)
ในอดีต วิดีโออาจเป็นจุดหมายปลายทางสุดท้าย แต่ในปี 2026 วิดีโอคือ “ตัวขับเคลื่อน” (Driver)
- วิดีโอสั้น (Short-form Video): คลิปไฮไลต์บนโซเชียลหรือบทวิเคราะห์สั้นๆ จะทำหน้าที่เป็น “เบ็ด” (Hook) ที่ดึงดูดความสนใจ
- ระบบนิเวศเสียง (Audio Ecosystem): เมื่อแฟนบอลติดเบ็ดจากวิดีโอแล้ว พวกเขาจะถูกดึงเข้าสู่โลกของ Digital Audio เช่น พอดแคสต์เชิงลึกหรือการบรรยายสด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มี Dwell Time (ระยะเวลาที่คนอยู่กับคอนเทนต์) สูงและมีความใกล้ชิดกับผู้ฟังมากกว่า
2. AI: เครื่องยนต์ที่ช่วยเร่งความเร็ว (ไม่ใช่มาแทนคน)
แพลตฟอร์มอย่าง Octave AI กำลังเปลี่ยนโฉมการโฆษณา โดยใช้ AI เข้ามาจัดการงานเทคนิคที่ซับซ้อนเพื่อให้แบรนด์ตอบสนองต่อเหตุการณ์ “สด” ได้ทันท่วงที:
- ความรวดเร็วและสเกล: สามารถสร้างบทโฆษณาที่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์การแข่งขันได้แบบเรียลไทม์ (Dynamic Versioning)
- ตัวอย่างความสำเร็จ: การร่วมมือกับ Sky ในการทำแคมเปญจบฤดูกาล F1 เมื่อปีที่แล้ว พิสูจน์ให้เห็นว่าโฆษณาเสียงที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-led Audio) สามารถสร้างอิมแพ็กได้มหาศาลแม้ในเวลาที่จำกัด
3. จาก “นักพากย์” สู่ “Multi-platform Creators”
ความน่าเชื่อถือไม่ได้มาจากหุ่นยนต์ แต่มาจาก “คน” ปีนี้เราจะเห็นการวิวัฒนาการของเหล่าตำนานนักเตะมาเป็นครีเอเตอร์บนทุกแพลตฟอร์ม:
- การดึงดูดแฟนบอล: เมื่อแฟนบอลเห็น สจ๊วต เพียร์ซ วิเคราะห์เกมข้างสนามผ่าน YouTube (Video Hook) มันจะดึงให้พวกเขาตามไปฟังบทวิเคราะห์แบบจัดเต็มในรายการพอดแคสต์หรือการพากย์สดต่อ
- การเชื่อมต่อ 360 องศา: engagement จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนคิกออฟ ผ่านคอนเทนต์อย่าง “How to Win the World Cup” เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมให้แฟนบอลซึมซับเรื่องราวของทัวร์นาเมนต์ก่อนเริ่มแข่งจริง
4. พลังของข้อมูลและการเข้าถึงอารมณ์ (Data & Emotion)
หัวใจสำคัญของการตลาดในปี 2026 คือการไม่มองแฟนบอลเป็นแค่ “ตัวเลขสถิติ” (Demographics) แต่ต้องมองไปถึง อารมณ์และเจตนา (Emotion and Intent):
- Contextual Targeting: ผู้ฟังที่ฟังผ่านลำโพงอัจฉริยะในห้องครัว มีความรู้สึกและบริบทที่ต่างจากแฟนบอลที่ดูไฮไลต์ผ่านมือถือบนรถไฟ
- First-party Data: การใช้ข้อมูลเชิงลึกช่วยให้แบรนด์สื่อสารได้ตรงจุดและสม่ำเสมอในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นทางวิทยุ, YouTube หรือ Connected TV



