ท็อปฟอร์ม! สเปน สอนบอล ฝรั่งเศส 2-0 ทะลุชิงฟุตบอลโลก 2026 ดับฝัน เอ็มบัปเป้

‘ความงดงามที่แสนเยือกเย็น’: สเปน ดับเครื่องชน ฝรั่งเศส 2-0 สยายปีกสู่รอบชิงฟุตบอลโลกด้วยฟอร์มระดับศิลปิน

ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น สปอตไลต์แทบทุกดวงจับจ้องไปที่ความอันตรายของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และแนวรุกที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ของฝรั่งเศส จนหลายคนอาจเผลอมองข้ามทีมที่เล่นฟุตบอลได้เป็นธรรมชาติและไหลลื่นที่สุดทีมหนึ่งอย่าง “สเปน” ไป

แต่ที่สังเวียนในเมืองดัลลัส ทัพ “กระทิงดุ” ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า ทำไมพวกเขาถึงเป็นทีมที่ครองสถิติไร้พ่ายมาอย่างยาวนานถึง 36 นัดติดต่อกัน สเปนสอนบทเรียนราคาแพงให้กับฝรั่งเศส ด้วยชัยชนะที่เด็ดขาดและหมดจด 2-0 กรุยทางสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่พวกเขาชูถ้วยแชมป์ในปี 2010

จุดเปลี่ยนที่นำมาซึ่งความพ่ายแพ้ของ ‘ตราไก่’

เกมนี้เริ่มต้นด้วยความตึงเครียด แต่จุดเปลี่ยนแรกมาถึงเมื่อ ลูก้าส์ ดีญ แบ็กซ้ายฝรั่งเศส ตัดสินใจผิดพลาดอย่างมหันต์ เขาพยายามจะวอลเลย์สกัดบอลโดยไม่ทันระวัง ลามีน ยามาล ปีกดาวรุ่งสเปนที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง การปะทะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที

มิเกล โอยาร์ซาบัล รับหน้าที่สังหารอย่างเยือกเย็น ส่งบอลพุ่งเสียบมุมเข้าไป เป็นประตูที่ 5 ของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้ และเป็นการเปิดบาดแผลแรกให้ทัพตราไก่

ความเจ็บปวดยังไม่จบแค่นั้น เมื่อฝรั่งเศสต้องเสีย วิลเลียม ซาลิบา ปราการหลังหัวใจสำคัญจากอาร์เซน่อล ที่ต้องเดินกะเผลกออกจากสนามไปเพราะอาการบาดเจ็บ ซึ่งเมื่อขาดเขาไป แนวรับของฝรั่งเศสก็ดูจะสูญเสียความนิ่งไปอย่างเห็นได้ชัด

ศิลปะแห่งการจ่ายบอล และ ‘โรดรี้’ ผู้ปิดทองหลังพระ

เข้าสู่ครึ่งหลัง สเปนตอกฝาโลงด้วยจังหวะเข้าทำที่งดงามราวกับงานศิลปะ ดานี่ โอลโม่ จ่ายบอลอย่างชาญฉลาดทะลุช่องให้ เปโดร ปอร์โร่ เติมขึ้นมาจบสกอร์ข้ามตัว ไมค์ เมนญอง เข้าไปอย่างเหนือชั้น

หากถามว่าทำไมแนวรุกระดับโลกของฝรั่งเศส ทั้ง เอ็มบัปเป้, อุสมาน เดมเบเล่ หรือ ไมเคิล โอลิเซ่ ถึงโชว์ฟอร์มไม่ออก? คำตอบนั้นมีชื่อว่า “โรดรี้”

มิดฟิลด์วัย 30 ปี กัปตันทีมชาติสเปน คือวาทยกรผู้ควบคุมจังหวะของเกมอย่างแท้จริง เขาอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ คอยตัดเกมรุกของฝรั่งเศสตั้งแต่เนิ่นๆ และเปลี่ยนจากรับเป็นรุกด้วยการจ่ายบอลที่แม่นยำ การคุมแดนกลางเบ็ดเสร็จของเขาและเพื่อนร่วมทีม ทำให้ฝรั่งเศสต้องรอจนถึงนาทีที่ 81 กว่าจะมีโอกาส “ยิงตรงกรอบ” เป็นครั้งแรกของเกมจาก เดซิเร่ ดูเอ้ ตัวสำรอง

ภาพที่ เอ็มบัปเป้ โดนใบเหลืองในช่วงท้ายเกมจากการไปทำฟาวล์ อูไน ซิม่อน ผู้รักษาประตูสเปน คือภาพสะท้อนของความหงุดหงิดและสิ้นหวังของทีมชาติฝรั่งเศสในค่ำคืนนี้ได้อย่างชัดเจนที่สุด

ก้าวสุดท้ายสู่การเป็นตำนาน

ในขณะที่ฝรั่งเศสต้องอกหักหล่นไปชิงอันดับสามที่ไมอามี สเปนกำลังก้าวเดินอย่างภาคภูมิใจมุ่งหน้าสู่ เมตไลฟ์ สเตเดียม ในนิวเจอร์ซีย์ เพื่อรอพบกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ หรือ อาร์เจนตินา ในวันอาทิตย์นี้

ฟุตบอลของสเปนชุดนี้ อาจไม่ได้หวือหวาหรือพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวที่ล้นเหลือเหมือนทีมอื่นๆ แต่พวกเขาเอาชนะด้วย “ความเข้าใจ” ด้วยการเคลื่อนที่ที่สอดประสาน และด้วยหัวใจที่เล่นเพื่อทีมอย่างแท้จริง… บางครั้ง ฟุตบอลที่งดงามที่สุด ก็คือฟุตบอลที่เรียบง่ายที่สุดนั่นเอง

Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram