กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ของเกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ระบบการออกอากาศที่ใช้เทคโนโลยีของเกาหลีใต้ได้รับเลือกให้เป็นมาตรฐานการออกอากาศยุคใหม่ของบราซิล ซึ่งจะช่วยเปิดทางให้บริษัทเกาหลีสามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกในตลาดอเมริกาใต้ได้
กระทรวงฯ ระบุว่า บราซิลได้นำระบบ DTV+ มาใช้เป็นมาตรฐานการออกอากาศยุคใหม่ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากมาตรฐาน ATSC 3.0 ของคณะกรรมการระบบโทรทัศน์ขั้นสูงของสหรัฐฯ (ATSC)
เทคโนโลยีของ ETRI คือหัวใจสำคัญ
ATSC 3.0 ใช้เทคโนโลยีจากสถาบันวิจัยอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม (ETRI) ของเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยมีเทคโนโลยีหลักได้แก่ multi-input multi-output (MIMO) และ layered division multiplexing (LDM) เทคโนโลยีทั้งสองนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพผ่านคลื่นความถี่ที่จำกัด และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดฮาร์ดแวร์ที่ใช้ในการรับชมการออกอากาศบนโทรทัศน์ของผู้บริโภค
บราซิลเป็นหนึ่งในตลาดสื่อการออกอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีอัตราการรับชมการออกอากาศภาคพื้นดินโดยตรงสูงถึง 73% ในปี 2006 เมื่อประเทศนี้เปลี่ยนผ่านสู่การออกอากาศแบบดิจิทัล พวกเขาเลือกใช้มาตรฐาน ISDB-T ของญี่ปุ่น ซึ่งต่อมาอาร์เจนตินาและประเทศอื่นๆ ในอเมริกาใต้ก็เลือกใช้ตาม ทำให้บริษัทเกาหลีมีโอกาสเข้าสู่ภูมิภาคนี้ได้จำกัด
โอกาสใหม่สำหรับบริษัทเกาหลีใต้
การที่ ATSC 3.0 ได้รับเลือกให้เป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับมาตรฐานการออกอากาศของบราซิลในอนาคต จะเป็นโอกาสสำหรับบริษัทเกาหลีที่จะสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในตลาดอเมริกาใต้ กระทรวงฯ กล่าวว่าบราซิลกำลังเตรียมการออกอากาศบนพื้นฐานของ ATSC 3.0 และบริการอื่นๆ เพื่อรองรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งคาดว่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้บริษัทเกาหลีในการนำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องไปใช้ในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ ผู้ผลิตทีวีอย่าง Samsung Electronics และ LG Electronics ก็จะได้รับประโยชน์จากความต้องการทีวีที่รองรับมาตรฐานการออกอากาศใหม่นี้ที่เพิ่มขึ้น
“การได้รับเลือกในครั้งนี้เป็นผลมาจากความพยายามด้านการวิจัยและพัฒนาของรัฐบาลที่ก้าวข้ามการพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่การนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ที่ประสบความสำเร็จ และจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับบริษัทเกาหลีในการเข้าสู่ตลาดที่เกี่ยวข้องก่อนใคร” ริว เจ-มยอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ ICT กล่าว
“รัฐบาลจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถแข่งขันในตลาดโลก และจะร่วมมือกับประเทศอื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีภายในประเทศไปสู่การนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์”