ฟีฟ่า สั่งเบรก ‘ไมเคิล โอลิเวอร์’ ลงเป่านัดชิงฯ สังเวยปมร้าวประวัติศาสตร์ อังกฤษ-อาร์เจนตินา

‘ปมประวัติศาสตร์บังตา’: ฟีฟ่า ตัดสิทธิ์ ‘โอลิเวอร์’ เป่านัดชิงบอลโลก 2026 พร้อมรอยร้าว ยูฟ่า-ฟีฟ่า เรื่องกฎ VAR

ไมเคิล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสินมือดีจากเกาะอังกฤษ หมดสิทธิ์ลงทำหน้าที่ชี้ขาดในศึกฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงชนะเลิศอย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องจากนโยบายของฟีฟ่า (FIFA) ที่ครอบคลุมถึงเกมที่มี ทีมชาติอาร์เจนตินา และ ทีมชาติอังกฤษ ลงแข่งขัน

โอลิเวอร์ วัย 41 ปี โชว์ฟอร์มการเป่าได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นที่ประทับใจของคณะกรรมการผู้ตัดสินฟีฟ่า ทว่าด้วยเงื่อนไขที่นัดชิงชนะเลิศปีนี้ จะต้องมีทีมใดทีมหนึ่งระหว่าง อังกฤษ หรือ อาร์เจนตินา ผ่านเข้าไปยืนรออยู่แล้ว ทำให้เขาถูกปัดตกจากรายชื่อทันที

กฎเหล็ก ‘ห้ามเป่าข้ามชาติ’ และปมเกาะฟอล์กแลนด์

ตามกฎพื้นฐาน ผู้ตัดสินไม่สามารถลงทำหน้าที่ในเกมที่ทีมชาติของตัวเองลงแข่งได้ แต่นอกจากนี้ ฟีฟ่า ยังมีนโยบายระยะยาวที่ตั้งขึ้นเพื่อจัดการกับความตึงเครียดทางการเมืองระหว่าง อังกฤษ และ อาร์เจนตินา จากกรณีสงครามหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ (หรือที่ชาวอาร์เจนตินาเรียกว่า มัลวินาส)

กฎดังกล่าวระบุชัดเจนว่า “ผู้ตัดสินชาวอังกฤษ ห้ามลงทำหน้าที่ในเกมที่อาร์เจนตินาลงแข่งโดยเด็ดขาด” (และในทางกลับกัน ผู้ตัดสินชาวอาร์เจนตินาก็ห้ามเป่าเกมของอังกฤษเช่นกัน)

นี่เป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้ แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ชวดเป่านัดชิงปี 2022 และในทัวร์นาเมนต์นี้ ฟาคุนโด้ เตลโล่ ยอดเปาชาวอาร์เจนไตน์ ก็หมดสิทธิ์เป่านัดชิงชนะเลิศเช่นเดียวกัน

ความคุกรุ่นนี้ยังเห็นได้ชัดจากการที่นักเตะและแฟนบอลอาร์เจนตินามักจะร้องเพลงยอดฮิตอย่าง “Muchachos” เพื่อฉลองชัยชนะ ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงเกาะมัลวินาส และมีถ้อยคำโจมตีอังกฤษและบราซิลแฝงอยู่

สถิติใหม่ของ ‘โอลิเวอร์’ และ ใครจะได้เป่านัดชิง?

แม้จะชวดเป่านัดชิง แต่ ไมเคิล โอลิเวอร์ ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการเป็นผู้ตัดสินชาวอังกฤษที่ลงเป่าในฟุตบอลโลกมากที่สุดถึง 7 นัด แซงหน้า ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ (ผู้ทำหน้าที่ในนัดชิงปี 2010) ไปแล้ว 1 นัด

ส่วนผู้ที่จะได้ลงเป่านัดชิงชนะเลิศนั้น ฟร็องซัวส์ เลอเต็กซิเยร์ จากฝรั่งเศส คือหนึ่งในตัวเต็ง แต่ต้องลุ้นให้ฝรั่งเศสพ่ายสเปนในรอบรองฯ เสียก่อน โดยการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับ ปิแอร์ลุยจิ คอลลิน่า ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินของฟีฟ่า และทีมงาน

ยูฟ่า หักเหลี่ยม ฟีฟ่า: ไม่เอาด้วยกับกฎ VAR ใหม่

นอกเหนือจากเรื่องตัวผู้ตัดสิน สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) ยังเตรียมสั่งให้ผู้ตัดสินของตน “งดทำตาม” แนวทางการใช้ VAR รูปแบบใหม่ของฟีฟ่า ในเรื่อง “การระบุตัวผิด (Mistaken Identity)” ที่ปล่อยให้ VAR เข้ามาแทรกแซงในจังหวะแจกใบเหลืองแรกได้

  • ดราม่า เอ็มโบโล่: ประเด็นนี้คุกรุ่นขึ้นในเกมที่ อาร์เจนตินา ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 3-1 เมื่อ บรีล เอ็มโบโล่ โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออก หลังจาก VAR เข้ามาแทรกแซงและเปลี่ยนคำตัดสิน (ตอนแรก เลอันโดร ปาเรเดส ของอาร์เจนตินา โดนใบเหลือง แต่ VAR ชี้ว่าเอ็มโบโล่พุ่งล้ม)
  • จุดยืนยูฟ่า: แม้ภาพช้าจะชี้ว่าการตัดสินถูกต้อง แต่ ยูฟ่า มองว่านี่เป็นการมอบอำนาจให้ VAR ก้าวก่ายเกมมากเกินกว่าที่สภากรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ตกลงกันไว้ โดยยูฟ่ายืนกรานว่า VAR ควรแทรกแซงเฉพาะจังหวะใบเหลืองที่สองที่นำไปสู่ใบแดงเท่านั้น
  • กฎป้องปาก: ยูฟ่ายังประกาศกร้าวว่าจะไม่นำกฎของฟีฟ่าที่แจก “ใบแดง” ให้นักเตะที่เอามือป้องปากเวลาเถียงกับคู่แข่ง มาใช้ในถ้วยยุโรปเด็ดขาด หลังจากในฟุตบอลโลกหนนี้ มิเกล อัลมิรอน และ ปิเอโร่ อินกาปิเย่ เพิ่งสังเวยใบแดงจากการกระทำดังกล่าวไปแล้ว

ดูเหมือนว่านอกจากการขับเคี่ยวอันดุเดือดบนผืนหญ้าแล้ว ศึกนอกสนามระหว่างมหาอำนาจลูกหนังอย่าง “ยูฟ่า” และ “ฟีฟ่า” ก็กำลังดุเดือดไม่แพ้กันเลยทีเดียว!

Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram