รอดตายหวุดหวิด! อียิปต์ เจ๊าเดือด อิหร่าน 1-1 เฮ VAR ช่วยชีวิต ทะลุชนออสเตรเลียรอบ 32 ทีม

‘รอดตายปาฏิหาริย์’: อียิปต์ หอบจับ เจ๊าเดือด อิหร่าน 1-1 ทะลุรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก

ฟุตบอลคือเกมที่โชคชะตาสามารถพลิกผันได้ในเสี้ยววินาที… สำหรับ ทีมชาติอียิปต์ และ ทีมชาติอิหร่าน เกมนัดส่งท้ายกลุ่ม G ไม่ใช่แค่การชิงชัยในสนาม แต่มันคือการต่อสู้กับสภาพจิตใจและความกดดันที่ถาโถม ก่อนที่ทัพ “มัมมี่” จะเอาตัวรอดไปได้แบบหืดจับด้วยผลเสมอ 1-1 พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

ครึ่งแรก: การแลกหมัดที่รวดเร็วและดุดัน

เกมเริ่มต้นขึ้นด้วยจังหวะที่เร้าใจ เพียงแค่ 5 นาทีแรก อียิปต์ก็ชิงความได้เปรียบไปก่อน เทรเซเก้ต์ จ่ายบอลให้ มาห์มูด ซาเบอร์ สับไกยิง บอลพุ่งลอดขา อาลีเรซา เบรันวานด์ นายทวารอิหร่านเข้าไปซุกก้นตาข่าย อียิปต์ทะยานขึ้นนำ 1-0

ทว่าความดีใจอยู่ได้ไม่นาน อิหร่านโหมบุกหนักและมาได้ลูกจุดโทษในนาทีที่ 9 แต่ เมห์ดี้ ทาเรมี่ กลับสังหารพลาดไปติดเซฟของ มอสตาฟา โชเบียร์ อย่างน่าเสียดาย กระนั้น ทัพอิหร่านก็ไม่ยอมแพ้ นาทีที่ 14 ความพยายามของพวกเขาก็สัมฤทธิ์ผล รามิน เรซาเอียน ตามซ้ำจังหวะยิงมุมแคบของ มิลาด โมฮัมมาดี้ เข้าไปอย่างเฉียบขาด ดึงสกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

ครึ่งหลัง: ความกดดัน และ ดราม่า VAR นาทีบาป

เข้าสู่ครึ่งหลัง สถานการณ์ของกลุ่ม G เริ่มบีบคั้น เมื่อผลอีกสนาม เบลเยียม ไล่ถล่ม นิวซีแลนด์ ขาดลอย 5-1 ทำให้อียิปต์หล่นมาอยู่อันดับ 2 ของกลุ่ม พวกเขาจำเป็นต้องรักษาสกอร์นี้ไว้ให้ได้อย่างน้อยที่สุดเพื่อการันตีการเข้ารอบ

ช่วงเวลาทดเจ็บคือบททดสอบหัวใจที่แท้จริง นาทีที่ 90+3 แฟนบอลอียิปต์ทั้งสนามต้องเอามือกุมหัว เมื่อ โชจา คาลิลซาเดห์ ส่งบอลเข้าตาข่ายให้อิหร่านพลิกแซง แต่ราวกับปาฏิหาริย์… ผู้ตัดสินเช็กภาพจาก VAR และตัดสินให้เป็นลูกล้ำหน้า ริบประตูคืนอย่างใจหายใจคว่ำ

อิหร่านพยายามบุกแหลกในช่วงเวลาที่เหลือ และเกือบได้ประตูชัยอีกครั้งจากการโหม่งชนคานของ ซาอีด เอซาโตลาฮี แต่สุดท้ายอียิปต์ก็ต้านทานเอาไว้ได้จนสิ้นเสียงนกหวีด

นาทีที่เหตุการณ์สำคัญผู้เล่น / ทีม
5′⚽️ ประตูนำ (1-0)มาห์มูด ซาเบอร์ (อียิปต์)
11′พลาดจุดโทษเมห์ดี้ ทาเรมี่ (อิหร่าน)
14′⚽️ ประตูตีเสมอ (1-1)รามิน เรซาเอียน (อิหร่าน)
90+3′🖥️ VAR ริบประตูโชจา คาลิลซาเดห์ (อิหร่าน) ทำประตูแต่ถูกจับล้ำหน้า

เมื่อฝุ่นควันจางลง อียิปต์ รอดพ้นวิกฤต คว้าอันดับ 2 ของกลุ่ม G มาครองได้สำเร็จ โดยพวกเขาจะต้องเดินทางไปที่สนาม AT&T สเตเดียม ใกล้เมืองดัลลัส เพื่อเตรียมทำศึกหนักในรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ ทีมชาติออสเตรเลีย ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ต่อไป

Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram