‘ฟ้าขาวรอดตาย!’: อาร์เจนตินา รัวช่วงต่อเวลาดับ สวิตเซอร์แลนด์ 10 คน 3-1 ทะลุชน อังกฤษ ในรอบตัดเชือก
ทัพ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่า ยังคงอยู่ในเส้นทางการป้องกันแชมป์โลก หลังต้องออกแรงเหนื่อยทะลุ 120 นาที ก่อนจะเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ ไปได้อย่างสุดมันส์ 3-1 พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับบิ๊กแมตช์ที่ทุกคนรอคอยกับ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ
จุดเริ่มต้นที่สวยงามของทัพฟ้าขาว
เกมเริ่มต้นขึ้นด้วยความดุดันของอาร์เจนตินา และเพียงแค่นาทีที่ 10 แฟนบอลฟ้าขาวก็ได้เฮลั่นสนาม จากจังหวะเตะมุมที่ ลิโอเนล เมสซี่ เปิดบอลอย่างแม่นยำเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ที่โฉบเข้ามาโหม่งตุงตาข่าย ส่งให้อาร์เจนตินาขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0
หลังจากนั้น อาร์เจนตินายังคงครองเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ก็ไม่สามารถเจาะประตูที่สองเพิ่มได้ ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
สวิสตีเสมอ และ จุดเปลี่ยนสำคัญ ‘ใบแดงพุ่งล้ม’
ครึ่งหลัง สวิตเซอร์แลนด์ แก้เกมมาสู้ได้อย่างยอดเยี่ยม และในนาทีที่ 67 พวกเขาก็มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ ริคาร์โด้ โรดริเกซ จ่ายบอลทะลุช่องให้ ดาน เอ็นดอย หลุดเข้าไปยิงมุมแคบผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เข้าไปอย่างเฉียบขาด
แต่แล้วในนาทีที่ 72 จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมก็เกิดขึ้น เมื่อ บรีล เอ็มโบโล่ กองหน้าตัวความหวังของสวิส ล้มลงในกรอบเขตโทษเพื่อหวังเรียกฟาวล์ ทว่าผู้ตัดสินมองว่าเป็นการ “พุ่งล้ม” (Simulation) อย่างชัดเจน และแจกใบเหลืองที่สองกลายเป็น ใบแดง ไล่เอ็มโบโล่ออกจากสนามไปทันที สวิตเซอร์แลนด์ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในช่วงเวลาที่เหลือ
แม้จะเสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่น แต่ขุนพลแดนนาฬิกาก็ยังแพ็กเกมรับได้อย่างเหนียวแน่นจนจบ 90 นาที เสมอกันไป 1-1 ต้องไปลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ
‘อัลวาเรซ-เลาตาโร่’ ปิดบัญชีช่วงต่อเวลา
ในช่วงต่อเวลาพิเศษ อาร์เจนตินา ที่ได้เปรียบตัวผู้เล่นเดินหน้าบุกแหลก และความพยายามก็มาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 112 เมื่อ โฆเซ่ มานูเอล โลเปซ จ่ายบอลให้ ฮูเลียน อัลวาเรซ ตะบันด้วยขวาจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม อาร์เจนตินาขึ้นนำ 2-1
สวิตเซอร์แลนด์ที่ตัวน้อยกว่าพยายามดันเกมขึ้นสูงเพื่อหวังทวงประตูคืน แต่ก็มาโดนหมัดน็อกในนาทีที่ 120+1 จากจังหวะสวนกลับเร็ว เป็น เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ที่หลุดเข้าไปซัดปิดกล่องตอกฝาโลง
จบเกม อาร์เจนตินา เอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 3-1 ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ โดยด่านต่อไปของพวกเขาคือการเผชิญหน้ากับคู่ปรับสุดหินอย่าง ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งรับประกันได้เลยว่า จะเป็นอีกหนึ่งแมตช์หยุดโลกที่แฟนบอลพลาดไม่ได้อย่างแน่นอน!



