‘เสียงแห่งประวัติศาสตร์’: เจาะเบื้องหลัง 5 ยอดนักพากย์ระดับตำนาน กับวีรกรรมสุดระทึกในนัดชิง ‘ฟุตบอลโลก’
นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ไม่ได้เป็นเพียงจุดสูงสุดในอาชีพของนักฟุตบอลเท่านั้น แต่มันยังเป็นบททดสอบความสามารถอันยิ่งใหญ่ของ “ผู้บรรยายเกม” หรือ “นักพากย์” ที่ต้องถ่ายทอดความรู้สึกและบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์ไปสู่แฟนบอลหลายล้านคนทั่วโลก
วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังและฟังประสบการณ์สุดระทึกจาก 5 นักพากย์ระดับตำนาน ที่จะมาเล่าความลับหลังไมค์ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!
1. กาย โมว์เบรย์ (Guy Mowbray) – ฝันร้ายในห้องน้ำ ‘สตาลิน’
โมว์เบรย์ ได้รับโอกาสพากย์นัดชิงฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 26 ปี (ปี 1998 คู่ ฝรั่งเศส ชนะ บราซิล) แต่ความทรงจำที่ลืมไม่ลงที่สุดของเขาคือ รอบชิงชนะเลิศปี 2018 ที่รัสเซีย
“ก่อนนัดชิง ผมอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรงจากปีกไก่ ผมต้องวิ่งเข้าออกห้องน้ำในสถานทูตอังกฤษที่มอสโก ซึ่งพวกเขาเพิ่งบอกผมว่าห้องน้ำนั้นเคยถูกใช้โดย โจเซฟ สตาลิน และ วินสตัน เชอร์ชิลล์… แต่เชื่อเถอะ พวกเขาไม่ได้ใช้มันในสภาพเดียวกับผมแน่ๆ”
“ผมไม่ได้นอนเลยก่อนนัดชิง มีคนไปซื้อยาแก้ท้องร่วงภาษารัสเซียมาให้ ผมอ่านไม่ออกเลยกินไปทั้งแผง! นัดชิงปีนั้นยิงกันถึง 6 ประตู (ฝรั่งเศส ชนะ โครเอเชีย 4-2) แต่ผมจำอะไรไม่ได้เลย เพราะผมปวดเกร็งท้องตลอดเวลาที่พากย์”
2. แซม แมตเทอร์เฟซ (Sam Matterface) – โค้กคือเพื่อนแท้ และสมุดโน้ตที่เปื่อยยุ่ย
แมตเทอร์เฟซ ยกให้นัดชิงฟุตบอลโลก 2022 (อาร์เจนตินา ชนะ ฝรั่งเศส) เป็นเกมที่ดีที่สุดที่เขาเคยพากย์ แต่สำหรับประสบการณ์ที่โหดร้ายที่สุดกลับเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา
“ผมพากย์เกมที่อังกฤษชนะปานามาในนิวยอร์ก ฝนตกหนักมากจนผมใช้แท็บเล็ตไม่ได้ พยายามจดใส่กระดาษแต่คลิปบอร์ดกันน้ำก็เอาไม่อยู่ สมุดโน้ตผมเปียกยุ่ยไปหมด น้ำฝนไหลจากหลังคาลงมาเปียกทั้งตัว มันเป็นความวุ่นวายสุดๆ”
ในการเตรียมตัว แมตเทอร์เฟซจะไม่กินของว่างระหว่างเกมเลย เขาพกแค่ “โคคา-โคล่า” จำนวนมากเข้าไปในห้องบรรยายเท่านั้น
3. ปีเตอร์ ดรูรี่ (Peter Drury) – กฎเหล็ก ‘ห้ามใช้คำว่า เรา’
ดรูรี่ ผู้พากย์เกมให้กับฟีดของ FIFA (World Feed) ซึ่งต้องสื่อสารกับผู้ชมทั่วโลก มีกฎเหล็กในการทำงานที่ชัดเจนมาก
“งานของผมต่างจากช่อง BBC หรือ ITV เพราะผมต้องพากย์ให้คนทั่วโลกฟัง ผมจะระวังไม่ใช้คำว่า ‘เรา’ (We) เวลาที่ทีมชาติอังกฤษลงเตะ หน้าที่ของเราคือการบรรยายสิ่งที่เกิดขึ้น เราคือนักพากย์ ไม่ใช่แฟนบอล”
เขายังเล่าถึงความท้าทายในฟุตบอลโลก 2026 คือระยะทางเดินลงสนามที่ยาวมาก “เวลาเดินลงสนามที่แอนฟิลด์ ผมพูดประโยคเด็ดจบ แฟนบอลเฮ มันได้อารมณ์พอดี แต่ที่นี่นักเตะใช้เวลาเดินนาทีครึ่ง ถ้าผมพูดจบเร็วไป มันจะเกิดความเงียบ (Dead air) ที่ยาวนานมาก”
4. มาร์ติน ไทเลอร์ (Martin Tyler) – ตั๋วหายก่อนนัดชิง และมุมกล้องคนตาบอด
ไทเลอร์ เจ้าของสถิติพากย์ฟุตบอลโลก 11 สมัย เล่าถึงความตื่นตระหนกที่สุดในชีวิตก่อนนัดชิงปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา (บราซิล ชนะ อิตาลี)
“ผมเอาตั๋วไปเก็บไว้ในตู้เซฟของโรงแรมที่ลอสแอนเจลิส แต่มันเป็นเซฟแบบใช้กุญแจ คืนก่อนนัดชิง ผมหากุญแจไม่เจอ! ผมสติแตกมาก ไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายผมไปเจอว่ากุญแจมันตกลงไปซ่อนอยู่ใต้ฐานกระเป๋าเป้”
อีกประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงคือนัดชิงปี 2006 ที่เบอร์ลิน เมื่อเขาได้ที่นั่งบรรยายอยู่หลังอัฒจันทร์ “ผมมองไม่เห็นประตูฝั่งขวาเลย นั่นเป็นความกังวลที่หนักหน่วงจริงๆ”
5. ไคลฟ์ ทิลเดสลี่ย์ (Clive Tyldesley) – วินาทีโขกบรรลือโลกที่ ‘มองไม่เห็น’
ทิลเดสลี่ย์ อยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ ซีเนดีน ซีดาน เอาหัวโขก มาร์โก มาเตราซซี่ ในนัดชิงปี 2006 แต่ความจริงคือ… ตอนนั้นเขามองไม่เห็น!
“ซีดานคือหนึ่งในนักเตะคนโปรดของผม และผมกำลังจะได้เห็นนัดสุดท้ายของเขา แต่ผมพลาดช็อตนั้นไป เพราะมีจังหวะบอลเล่นอยู่ห่างออกไป 30 เมตร ตอนแรกผมคิดว่ามาเตราซซี่เป็นตัวร้ายแกล้งเจ็บ ผมไม่เชื่อเขาเลย”
“จนกระทั่ง 15 วินาทีต่อมา ภาพรีเพลย์ขึ้นจอ มันอธิบายทุกอย่าง มาเตราซซี่ไม่ได้แกล้งเจ็บ มันคือการพุ่งโขกเข้าที่หน้าอกเต็มๆ!”
นอกจากนี้เขายังมีเคล็ดลับเตรียมตัวที่ชิลสุดๆ คือการมาถึงสนามล่วงหน้า 5 ชั่วโมง ทานพาสต้า จิบไวน์แดง 1 แก้ว และอาจจะงีบหลับสักตื่น ถ้ารู้สึกว่าตัวเองเตรียมข้อมูลพร้อมแล้ว!



