‘บทสรุปที่อยู่เหนือถ้วยแชมป์’: ลิโอเนล เมสซี่ กับระบำอำลา ‘The Last Dance’ ในศึกฟุตบอลโลกนัดสุดท้าย
ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา การได้เฝ้ามอง ลิโอเนล เมสซี่ วาดลวดลายบนผืนหญ้า คือความสุข ความสุนทรีย์ และความมหัศจรรย์ที่แทบหาที่เปรียบไม่ได้ โลกนี้มีนักฟุตบอลที่เก่งกาจมากมาย แต่สำหรับเมสซี่… เขาเล่นราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่น ที่มาจุติในร่างของชายรูปร่างเล็กจากโรซาริโอ
ในยุคทองกับบาร์เซโลน่า เขาทำลายลมหายใจของคู่แข่งแทบทุกครั้งที่ลงสนาม เขาเปลี่ยนจากโหมดผู้สร้างสรรค์เกมสุดคลาสสิก ไปเป็นเพชฌฆาตหน้าปากประตูได้ในพริบตาเดียว
แต่การได้ชมเมสซี่ในศึกฟุตบอลโลกหนนี้ (และเมื่อ 4 ปีก่อน) มันให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป คุณไม่ได้แค่ตะลึงในพรสวรรค์ของเขา แต่คุณกำลังทึ่งว่า ชายวัย 39 ปีคนนี้ “ยังคงทำมันได้” และนั่นมาพร้อมกับความรู้สึกใจหายว่า… นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้เห็นเขาบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
‘Por la ultima de Leo’ – เพื่อครั้งสุดท้ายของเลโอ
รอบชิงชนะเลิศกับ ทีมชาติสเปน ในวันอาทิตย์นี้ จะเป็นเกมฟุตบอลโลก “นัดสุดท้าย” ของเมสซี่ เขาได้ประกาศเจตนารมณ์นี้อย่างชัดเจน
แม้เขาจะเคยพูดแบบนี้มาแล้วเมื่อปี 2022 ที่กาตาร์ แต่ครั้งนี้มันคือของจริง เพลงเชียร์ที่แฟนบอลและนักเตะอาร์เจนตินาร้องกระหึ่ม ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อประเทศชาติเท่านั้น แต่มันยังมีท่อนที่ร้องว่า “por la ultima de Leo” (เพื่อครั้งสุดท้ายของเลโอ)
ในช่วงท้ายเกมหลายนัดในทัวร์นาเมนต์นี้ เรามักเห็นเมสซี่เล่นแบบประคองตัวเงียบๆ จนกระทั่งทีมตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน (เช่น การโดน อียิปต์ นำ 2-0 ในรอบ 16 ทีม และโดน อังกฤษ นำ 1-0 ในรอบตัดเชือก) “สัตว์ร้าย” ในตัวเขาก็จะถูกปลุกขึ้นมา
ดังที่ เธียร์รี่ อองรี อดีตเพื่อนร่วมทีมกล่าวไว้ว่า: “คุณอย่าไปปลุกเขา เมื่อเขาสลับโหมดและแววตาเปลี่ยนไป มันยากมากที่จะหยุดยั้ง เขาจะเอาบอลมาไว้กับตัวแล้วเลี้ยงฝ่าทุกคนเพื่อเปลี่ยนเกม”
ด่านหินนามว่า ‘สเปน’ และการส่งมอบไม้ผลัด
อย่างไรก็ตาม อันตรายสำหรับอาร์เจนตินาในวันอาทิตย์นี้คือ หากพวกเขาตกเป็นรอง ‘สเปน’ จะไม่ใจดีถอยไปตั้งรับลึกเหมือนอียิปต์หรืออังกฤษ เพราะสเปนยุคนี้คือทีมที่สมบูรณ์แบบและเล่นกันเป็นระบบที่สุดในทัวร์นาเมนต์ พวกเขาจะเดินหน้าขยี้เพื่อเอาประตูที่สองแน่นอน
เมื่อปี 2022 นัดชิงชนะเลิศถูกมองว่าเป็นการส่งมอบไม้ผลัดจาก เมสซี่ สู่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ แต่เมสซี่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขายังคงเป็น “หมายเลขหนึ่ง” มาถึงปีนี้ สปอตไลต์ถูกส่องไปที่ดาวรุ่งวัย 19 ปีอย่าง ลามีน ยามาล ว่าจะถึงเวลาที่ดาวดวงใหม่จะฉายแสงเจิดจรัสที่สุดแล้วหรือยัง?
มรดกที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะถูกตัดสินด้วยเกมเดียว
ทฤษฎีที่ว่า เมสซี่ “ต้อง” คว้าแชมป์โลกเพื่อยกระดับตัวเองไปเทียบชั้น เปเล่ หรือ ดีเอโก้ มาราโดน่า นั้นเคยเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอย่างหนักก่อนนัดชิงปี 2022 แต่มันเป็นเรื่องตลกสิ้นดี… หากอาร์เจนตินาแพ้ดวลจุดโทษในวันนั้น อาชีพค้าแข้งนับพันนัดของเขาจะด้อยค่าลงงั้นหรือ?
แน่นอนว่าไม่! การแข่งวันอาทิตย์นี้คือการลงสนามนัดที่ 1,196 ในอาชีพของเขา มรดกและความยิ่งใหญ่ของเมสซี่ถูกพิสูจน์มาครั้งแล้วครั้งเล่า มันไม่ได้ถูกแขวนอยู่บนเส้นด้ายเพียงแค่ว่า ชายวัย 39 ปีคนนี้ จะพาทีมคว้าแชมป์โลกสมัยที่สองของตัวเองได้หรือไม่
จากเด็กหนุ่มขี้อาย สู่ความยิ่งใหญ่ของ ‘ผู้นำ’
คำว่า “ผู้นำ” คือสิ่งที่เมสซี่เคยถูกปรามาสมาตลอด มาราโดน่าเคยวิจารณ์เขาอย่างเจ็บปวดในปี 2016 ว่าเมสซี่ “ไม่มีบุคลิกของผู้นำ”
ในปีนั้น เมสซี่ที่หัวใจแตกสลายจากการแพ้นัดชิงโคปา อเมริกา เคยประกาศหันหลังให้ทีมชาติ แต่แล้วเขาก็ฟังเสียงหัวใจตัวเอง กลับมาลุกขึ้นสู้ใหม่ ปรับเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น “กัปตันทีม” ที่แท้จริง และผลลัพธ์คือการพาทีมกวาดแชมป์โคปา อเมริกา 2 สมัย และฟุตบอลโลก 1 สมัย
การได้ดูเมสซี่ในช่วงบั้นปลายอาชีพ เป็นประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและดราม่ายิ่งกว่าช่วงที่เขายิงได้ 91 ประตูในปี 2012 เสียอีก เพราะตอนนี้เรากำลังดูนักเตะที่รู้ถึงขีดจำกัดของร่างกายตัวเอง แต่ยังสามารถร่ายมนตร์สร้างปาฏิหาริย์ได้เสมอในยามที่ทีมต้องการ
เขาคือเครื่องจักรสังหารประตูที่พร้อมจะเสียสละสร้างโอกาสให้เพื่อน เขาคืออัจฉริยะที่ดึงศักยภาพสูงสุดของคนรอบข้างออกมา และเขาคือชายหนุ่มธรรมดาๆ ที่กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์เมื่อมีลูกฟุตบอลอยู่ที่เท้า…
ไม่ว่าผลการแข่งขันในวันอาทิตย์นี้จะเป็นเช่นไร ลิโอเนล เมสซี่ จะยังคงทิ้งความตราตรึงใจไว้ให้กับโลกลูกหนัง และยืนหยัดบนจุดสูงสุดที่ยากจะหาใครมาเทียบเคียงได้อย่างแน่นอน



