‘ไร้สกอร์แต่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ’: โคลอมเบีย เจ๊าเดือด โปรตุเกส 0-0 กอดคอเข้ารอบ พร้อมดับฝันแมตช์หยุดโลก
ฟุตบอลบางนัด… ไม่ได้วัดความงดงามกันที่จำนวนประตูที่เกิดขึ้น แต่เป็นการต่อสู้ด้วยหยาดเหงื่อ แท็กติก และหัวใจที่ใส่ลงไปบนผืนหญ้า
ฮาร์ดร็อค สเตเดียม เมืองไมอามี นี่คือเกมที่ตั๋วเข้าชมถูกขายหมดเกลี้ยงและมีความต้องการสูงที่สุดในรอบแบ่งกลุ่ม การเผชิญหน้ากันระหว่าง ทีมชาติโคลอมเบีย และ ทีมชาติโปรตุเกส นำโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 แบบที่ทำเอาแฟนบอลแทบลืมหายใจ และส่งผลให้โคลอมเบียผงาดคว้าแชมป์กลุ่ม K ไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี
90 นาทีแห่งการแลกหมัดที่ไมอามี
เสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องตลอดการแข่งขัน เป็นเสมือนเชื้อเพลิงที่เติมไฟให้นักเตะทั้ง 22 คนวิ่งสู้ฟัดแบบไม่มีใครยอมใคร สถิติโอกาสทำประตูรวมกันถึง 37 ครั้ง ตอกย้ำให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เกมที่เน้นผลการแข่งขันแบบน่าเบื่อ
โปรตุเกส พยายามใช้ความเฉียบขาดของ โรนัลโด้ และการสร้างสรรค์เกมจาก บรูโน่ แฟร์นันเดส เข้าโจมตี แต่ก็ต้องเจอกับความหนึบของ คามิโล่ วาร์กาส ในขณะที่ โคลอมเบีย ขับเคลื่อนเกมรุกด้วยพลังงานที่ไม่มีวันหมดของ ลุยส์ ดิอาซ ปีกพลังม้าที่วิ่งทะลุทะลวงสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับโปรตุเกสครั้งแล้วครั้งเล่า ประสานงานกับวิสัยทัศน์การจ่ายบอลระดับเวิลด์คลาสของ ฮาเมส โรดริเกซ ทว่า ดีโอโก้ คอสต้า นายด่านฝอยทอง ก็โชว์ซูเปอร์เซฟปฏิเสธโอกาสทองไว้ได้ทั้งหมด
ดราม่าท้ายเกม และการตัดสินของปลายสตั๊ด
เมื่อเกมดำเนินมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ (นาทีที่ 90+1) หัวใจของแฟนบอลโปรตุเกสแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อ ดาวินซอน ซานเชซ ปราการหลังโคลอมเบีย เทกตัวขึ้นโขกส่งบอลพุ่งแสกหน้า ดีโอโก้ คอสต้า ตุงตาข่าย
สนามแทบจะระเบิดด้วยความดีใจของทัพโคเคน แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อห้อง VAR ส่งสัญญาณลงมาว่า ปลายสตั๊ดของซานเชซ ล้ำหน้าไปเพียงเสี้ยววินาทีในจังหวะที่บอลถูกเปิดเข้ามา ประตูชัยถูกริบแปรเปลี่ยนเป็นเพียงความเสียดาย ก่อนที่เสียงนกหวีดหมดเวลาจะดังขึ้น
ดับฝันรอบ 8 ทีม ‘โด้-เมสซี่’ และเส้นทางสู่อนาคต
ผลเสมอในนัดนี้ สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อสายการแข่งขันในรอบน็อกเอาต์ โคลอมเบีย ในฐานะแชมป์กลุ่ม จะเดินทางไปที่ แคนซัสซิตี้ เพื่อดวลกับ ทีมชาติกานา ในวันที่ 3 กรกฎาคม ขณะที่ โปรตุเกส ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม ต้องโคจรไปพบกับงานหินอย่าง ทีมชาติโครเอเชีย ที่เมืองโตรอนโต ในวันที่ 2 กรกฎาคม
แต่สิ่งที่สะเทือนใจแฟนบอลทั่วโลกมากที่สุด คือผลการจัดสายที่ทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ จะไม่มีโอกาสได้ดวลกันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่างที่หลายคนตั้งตารอคอยอีกแล้ว เส้นทางเดียวที่ตำนานทั้งสองจะได้พบกันในทัวร์นาเมนต์นี้ คือต้องฝ่าฟันไปให้ถึง “รอบชิงชนะเลิศ” เท่านั้น
(หมายเหตุ: ผลการแข่งขันอีกคู่ในกลุ่ม ดีอาร์ คองโก โกงความตายพลิกแซงชนะ อุซเบกิสถาน 3-1 คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบไปพบกับ ทีมชาติอังกฤษ)



