ปกติเราจะคุ้นเคยกับ Aleph ในฐานะตัวแทนดูแลโฆษณาให้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok, X (Twitter), Reddit และ Pinterest ในฟิลิปปินส์ แต่ครั้งนี้ FIFA เลือกพวกเขามาคุมสิทธิ์สื่อและเชิงพาณิชย์ทั้งหมด
1. โมเดล “Gatekeeper” คืออะไร?
แทนที่ FIFA จะขายลิขสิทธิ์ให้ช่องทีวีโดยตรงเหมือนเมื่อก่อน (เช่น Cignal TV หรือ Tap DMV) แต่ครั้งนี้ FIFA ให้ Aleph เป็นคนกลางคนเดียว ที่จะ:
- คัดเลือกพาร์ทเนอร์: Aleph จะเป็นคนเลือกว่าจะให้ช่องฟรีทีวีไหน, เพย์ทีวีเจ้าใด หรือสตรีมมิ่งค่ายไหนได้ถ่ายทอดสดบ้าง
- คุมโฆษณาทั้งหมด: แบรนด์ที่อยากเป็นสปอนเซอร์ หรืออยากลงโฆษณาในช่วงบอลโลกในฟิลิปปินส์ ต้องเดินมาหา Aleph เพียงที่เดียว
2. เน้น “Digital-First” ตามพฤติกรรมแฟนบอล
Anna Dy หัวหน้าทีม Aleph ในฟิลิปปินส์ ระบุชัดเจนว่าวัฒนธรรมแฟนบอลเปลี่ยนไปแล้ว:
- Mobile & Expressive: แฟนบอลฟิลิปปินส์ไม่ได้แค่ดูบอล แต่พวกเขา “สร้างคอนเทนต์” (เช่น ทำคลิปลง TikTok หรือคุยใน X) ไปพร้อมกับการดู
- Reach 1.19 พันล้าน: ในปี 2022 เอเชียทำสถิติยอดชมผ่านสตรีมมิ่งสูงสุด การที่ Aleph (ซึ่งคุม TikTok/X อยู่แล้ว) มาทำหน้าที่นี้ จะทำให้การดูฟุตบอลโลก 2026 เชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดียได้แบบไร้รอยต่อครับ
เปรียบเทียบ: บอลโลกในฟิลิปปินส์ (อดีต vs 2026)
| ทัวร์นาเมนต์ | ผู้ถือลิขสิทธิ์เดิม | รูปแบบหลัก |
| บอลโลก 2022 (กาตาร์) | Tap DMV | Pay-per-view / Linear TV |
| บอลโลกหญิง 2023 | Cignal TV | Pay-TV / Satellite |
| บอลโลก 2026 | Aleph (Gatekeeper) | Multimedia & Digital Ecosystem |
ความท้าทายที่รออยู่
การที่ดีลนี้เพิ่งสรุปในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ (เหลืออีกไม่ถึง 4 เดือนจะเปิดสนาม) ถือว่าเป็นช่วง “นาทีสุดท้าย” ตามสไตล์ฟีฟ่ายุคใหม่ครับ:
- Scarcity (ความขาดแคลน): เมื่อเวลาเหลือน้อย ราคาค่าโฆษณาและค่าลิขสิทธิ์ต่อพ่วงจะพุ่งสูงขึ้น
- 48 ทีม 104 แมตช์: ด้วยจำนวนนัดที่เพิ่มขึ้นมหาศาล Aleph ต้องจัดสรรตารางการถ่ายทอดสดให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มเพื่อให้คุ้มทุนที่สุด




