จานนี อินฟานติโน ประธาน FIFA ออกมาตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “ราคาตั๋วฟุตบอลโลก 2026“ ที่พุ่งสูงขึ้น โดยใช้ตัวเลขความต้องการมหาศาลจากแฟนบอลทั่วโลกมาเป็นหลักฐานยืนยันว่า โครงสร้างราคานี้ “สมเหตุสมผล” กับมูลค่าของทัวร์นาเมนต์
สถิติความต้องการตั๋วที่ “ทำลายทุกสถิติ”
อินฟานติโนเปิดเผยตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้อยู่ในระดับที่เหนือกว่าทุกครั้งที่เคยมีมา:
| หัวข้อ | สถิติที่น่าสนใจ |
| ยอดจองตั๋ว (15 วันแรก) | 150 ล้านครั้ง (เฉลี่ย 10 ล้านครั้งต่อวัน) |
| เปรียบเทียบประวัติศาสตร์ | ยอดจอง 2 สัปดาห์นี้ มากกว่าตั๋วที่ FIFA เคยขายมาตลอด 100 ปีรวมกัน (44 ล้านใบ) |
| รายได้คาดการณ์ | มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ (จะนำไปลงทุนต่อในวงการฟุตบอลทั่วโลก) |
| จำนวนผู้ชม | 6-7 ล้านคนในสนาม / 6,000 ล้านคนผ่านการถ่ายทอดสด |
| ประเทศที่จองมากที่สุด | 1. สหรัฐอเมริกา 2. เยอรมนี 3. สหราชอาณาจักร |
การแก้ต่างเรื่องราคาแพง
แม้จะมีเสียงเตือนจาก สตีฟ คลาร์ก กุนซือทีมชาติสกอตแลนด์ ว่าแฟนบอลไม่ควร “กู้หนี้ยืมสิน” มาดูบอล แต่อินฟานติโนมองต่างออกไป:
- “104 Super Bowls”: เขาเปรียบเทียบว่าทุกนัดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ (104 นัด) มีมูลค่าและความยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับนัดชิง Super Bowl ของอเมริกา
- กลไกตลาด: ความต้องการ 150 ล้านครั้ง ต่อตั๋วที่มีขายเพียง 6-7 ล้านใบ คือเครื่องยืนยันว่าผู้คนพร้อมจะจ่ายเพื่อให้ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์
- การคืนกำไร: FIFA ยืนยันว่ารายได้หมื่นล้านดอลลาร์นี้ ไม่ได้เข้ากระเป๋าใครคนใดคนหนึ่ง แต่จะถูกกระจายไปพัฒนาฟุตบอลในทุกระดับทั่วโลก
ข่าวประกาศสำคัญอื่น ๆ
นอกเหนือจากเรื่องตั๋ว อินฟานติโนยังได้ประกาศข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:
- FIFA Best Awards 2026: จะย้ายไปจัดงานที่ ดูไบ อย่างเป็นทางการในปีหน้า1
- ความสำเร็จของสโมสร: ยืนยันว่าศึก Club World Cup ครั้งล่าสุดที่เชลซีชนะ PSG เป็นทัวร์นาเมนต์ระดับสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก (ทำรายได้เฉลี่ย 33 ล้านดอลลาร์ต่อนัด)
- การปรับปรุงกฎกติกา:
- VAR: จะพัฒนาให้แม่นยำและยุติธรรมขึ้นไปอีก
- Offside Rule: กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับกฎให้เอื้อต่อ “เกมรุก” มากขึ้น (เช่น การอนุญาตให้ตัวรุกอยู่เหลื่อมกองหลังได้เล็กน้อย)
- Time Wasting: จะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อลดการถ่วงเวลาในสนาม




