สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ปรับขึ้นราคาบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงชนะเลิศ สูงสุดถึง 10,990 ดอลลาร์ (ประมาณ 402,000 บาท) หลังเปิดระบบจำหน่ายบัตรอีกครั้งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ท่ามกลางปัญหาทางเทคนิคที่สร้างความสับสนให้กับแฟนบอล
ราคาพุ่งสูงขึ้นทุกหมวดหมู่
ตัวเลขใหม่นี้ถือเป็นการกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็วจากราคาเดิมที่ตั้งไว้ 8,680 ดอลลาร์ หลังการจับสลากแบ่งสายเมื่อเดือนธันวาคม ไม่ใช่แค่ที่นั่งระดับท็อปเท่านั้น แต่ราคาบัตรหมวดหมู่อื่นๆ สำหรับนัดชิงชนะเลิศวันที่ 19 กรกฎาคม ณ สนามเมตไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน:
- Category 2: เพิ่มเป็น 7,380 ดอลลาร์ (จากเดิม 5,575 ดอลลาร์)
- Category 3: เพิ่มเป็น 5,785 ดอลลาร์ (จากเดิม 4,185 ดอลลาร์)
ระบบราคาแบบยืดหยุ่น (Dynamic Pricing)
ฟีฟ่าได้นำระบบ Dynamic Pricing (การปรับราคาตามความต้องการของตลาด) มาใช้เป็นครั้งแรกในทัวร์นาเมนต์ที่มีทีมเข้าร่วม 48 ทีม โดยจัดการแข่งขันครอบคลุม 11 เมืองในสหรัฐฯ, 3 เมืองในเม็กซิโก และ 2 เมืองในแคนาดา
สำหรับการเปิดจำหน่ายรอบนี้ มีบัตรวางขายเพียง 17 นัดจากทั้งหมด 72 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม และยังไม่มีบัตรสำหรับรอบน็อกเอาต์วางจำหน่าย
ราคาบัตรนัดเปิดสนามของเจ้าภาพ
- สหรัฐอเมริกา vs ปารากวัย (12 มิ.ย. ที่แอลเอ): มีเฉพาะบัตรราคาสูงสุดคือ 2,735 ดอลลาร์ (ราคาคงเดิมจากเดือนธันวาคม)
- เม็กซิโก vs ซาอุดีอาระเบีย (11 มิ.ย. ที่เม็กซิโกซิตี้): ราคาดีดขึ้นเป็น 2,985 ดอลลาร์ (จากเดิม 2,355 ดอลลาร์)
- แคนาดา vs บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (ที่โตรอนโต): ราคาขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 2,240 ดอลลาร์
ความวุ่นวายในระบบจำหน่าย
แฟนบอลจำนวนมากต้องเผชิญกับความล่าช้าในแพลตฟอร์มการจองบัตรที่ต้องรอคิวนานหลายชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีปัญหาทางเทคนิคที่ระบบส่งผู้ใช้ไปยังหน้าการขายสำหรับแฟนบอลของทีมที่เพิ่งผ่านเข้ารอบ ซึ่งภายหลังฟีฟ่าแจ้งว่าแก้ไขปัญหาแล้วแต่ไม่ได้ระบุสาเหตุของข้อผิดพลาด
การจำหน่ายครั้งนี้ถือเป็นเฟสที่ 5 ซึ่งเปิดโอกาสให้แฟนบอลสามารถเลือกตำแหน่งที่นั่งเฉพาะเจาะจงได้เป็นครั้งแรก แทนที่จะเป็นการสุ่มเลือกตามหมวดหมู่บัตรเหมือนรอบก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม กลุ่มแฟนบอลได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป รวมถึงราคาในตลาดรอง (Resale) โดยมีการยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนที่แล้วเกี่ยวกับประเด็นราคาบัตรที่พุ่งสูงเกินจริง



