รับบี เยฮูดา คาพลูน (Rabbi Yehuda Kaploun) ทูตพิเศษด้านการตรวจสอบและต่อต้านการต่อต้านยิวของสหรัฐฯ ประกาศชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะปฏิเสธการเข้าเมืองของบุคคลที่มีประวัติสนับสนุนหรือยุยงให้เกิดการต่อต้านชาวหยิวในประเทศบ้านเกิดของตน เพื่อไม่ให้มาเผยแพร่ความเกลียดชังในอเมริกาช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก
1. “การเข้าอเมริกาคือสิทธิพิเศษ ไม่ใช่สิทธิขั้นพื้นฐาน”
คาพลูนย้ำว่าประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีจุดยืนที่ชัดเจน:
- ไม่ต้อนรับผู้สร้างความแตกแยก: บุคคลที่ต้องการนำความเกลียดชังแบรนด์ตัวเองมาเผยแพร่ในสหรัฐฯ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ
- ตรวจสอบเป็นรายบุคคล: นโยบายนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่นักการเมืองยุโรปเป็นกลุ่มก้อนตามที่มีข่าวลือ แต่จะตัดสินเป็นรายบุคคล ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา หากมีพฤติกรรมส่งเสริมความเกลียดชังก็จะถูกแบน
2. กลุ่มเป้าหมายที่อาจถูกแบน
คาพลูนได้ยกตัวอย่างบุคคลหรือกลุ่มคนที่สหรัฐฯ กำลังจับตามอง:
- ผู้เกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรงในอัมสเตอร์ดัม: บุคคลที่มีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทำร้ายแฟนบอลทีมมัคคาบี้ เทลอาวีฟ (อิสราเอล) เมื่อปีที่ผ่านมา
- กรณีการแบนแฟนบอลอิสราเอลในอังกฤษ: ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจสั่งห้ามแฟนบอลมัคคาบี้ เทลอาวีฟ เข้าชมเกมของสโมสรแอสตัน วิลล่า เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
- รัฐมนตรีในบางประเทศ: สหรัฐฯ กำลังตรวจสอบรัฐมนตรีบางรายที่แสดงท่าทีต่อต้านยิวอย่างชัดเจน ซึ่งอาจรวมถึงกรณีความขัดแย้งกับเบลเยียมเรื่องการจับกุมผู้ประกอบพิธีขลิบของชาวยิว (Mohels)
3. ท่าทีต่อทีมชาติ “อิหร่าน”
แม้จะมีนโยบายคัดกรองบุคคลที่เข้มงวด แต่สำหรับ “ทีมชาติอิหร่าน” รัฐบาลทรัมป์มีท่าทีที่แยกส่วนกัน:
- การเชื้อเชิญจากทรัมป์: แอนดรูว์ จูเลียนี ผู้อำนวยการคณะทำงานฟุตบอลโลกของทำเนียบขาว ระบุว่าทรัมป์ได้ “เชื้อเชิญ” ทีมชาติอิหร่านให้มาแข่งขันด้วยตนเอง
- ยืนยันการเข้าร่วม: จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ยืนยันว่าอิหร่านจะมาแข่งขันแน่นอน เพราะพวกเขาผ่านเข้ารอบและเป็นตัวแทนของประชาชนชาวอิหร่าน
บทวิเคราะห์: มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด
นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ในการ “ป้องกันเหตุร้ายก่อนเกิด” (Pre-emptive strike) โดยใช้การคัดกรองวีซ่าเป็นอาวุธหลัก:
- ลดความเสี่ยงการประท้วงรุนแรง: การแบนกลุ่มแกนนำหรือผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่ต่อต้านอิสราเอล/ยิว จะช่วยลดโอกาสเกิดเหตุปะทะรุนแรงรอบสนามแข่งขัน
- นัยทางการเมือง: นี่คือการส่งสัญญาณเตือนไปยังนักการเมืองทั่วโลกให้ระมัดระวังคำพูดและนโยบายเกี่ยวกับชาวยิว หากยังต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับสหรัฐฯ
- ความท้าทายของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง: การตรวจสอบประวัติย้อนหลังของนักท่องเที่ยวหลายล้านคนที่จะหลั่งไหลเข้าสู่สหรัฐฯ, เม็กซิโก และแคนาดา ถือเป็นงานที่หินที่สุดในเชิงโลจิสติกส์และการข่าว
สำหรับคุณที่ติดตามข่าวสารอย่างละเอียดมาตลอด จะเห็นได้ว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา แต่กลายเป็น “สมรภูมิทางการเมือง” อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งเรื่องการเนรเทศผู้อพยพ (ICE), ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และล่าสุดคือการคัดกรองทัศนคติทางการเมืองก่อนเข้าประเทศครับ



