การวิพากษ์วิจารณ์ ดร. โมฮัมเหม็ด ซานูซี (Mohammed Sanusi) เลขาธิการทั่วไปของสมาคมฟุตบอลไนจีเรีย (NFF) ที่ดำรงตำแหน่งมานานกว่า 11 ปี โดยผู้เขียนมองว่าเขากำลังพยายามขายความฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงให้กับชาวไนจีเรีย เกี่ยวกับการพาคณะทีมชาติไปลุยฟุตบอลโลก 2026
1. ปมปัญหา: ไนจีเรียตกรอบ แต่ NFF ยังไม่ยอมแพ้?
ปัจจุบันทีมชาติไนจีเรียจ่อจะชวดตั๋วไปฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการ แต่ซานูซีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “การอุทธรณ์ยังดำเนินอยู่” โดยเขาเชื่อว่าฟีฟ่า (FIFA) ตัดสินผิดพลาดในกรณีการประท้วงเรื่องคุณสมบัตินักเตะของคู่แข่ง และได้ยื่นเรื่องต่อไปยัง ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) ในสวิตเซอร์แลนด์
2. ข้อเท็จจริงที่ NFF ไม่ได้บอกประชาชน
ผู้เขียนบทความได้ขุดคุ้ยเหตุผลที่ FIFA ปัดตกคำร้องของไนจีเรียในตอนแรก ซึ่งสะท้อนถึงความสะเพร่าในการทำงานของ NFF:
- ยื่นเรื่องสาย: FIFA ระบุว่าไนจีเรียยื่นประท้วงเกินกำหนดเวลาที่กฎระเบียบวางไว้
- ผิดขั้นตอน: ไม่มีการปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานในการยื่นคำร้อง
- ไม่จ่ายเงินค่าธรรมเนียม: ที่น่าตกใจที่สุดคือ NFF ไม่ได้จ่ายเงินค่าธรรมเนียมการประท้วงจำนวน 1,000 ฟรังก์สวิส ทำให้คำร้องไม่มีผลทางกฎหมายตั้งแต่ต้น
3. การอุทธรณ์ต่อ CAS: ความหวังหรือแค่การยื้อเวลา?
ผู้เขียนได้ใช้ข้อมูลมาโต้แย้งซานูซีว่าโอกาสชนะใน CAS นั้นต่ำมาก:
- ขอบเขตของ CAS: โดยปกติ CAS จะพิจารณาเฉพาะความผิดพลาดเชิงเทคนิคหรือขั้นตอน ไม่ใช่การกลับไปตัดสินข้อเท็จจริงใหม่ในเกม
- ระยะเวลา: การพิจารณาคดีปกติใช้เวลา 6-12 เดือน ซึ่งกว่าจะรู้ผล ฟุตบอลโลกก็อาจจะแข่งจบไปแล้ว หรือหากจะใช้กระบวนการเร่งด่วน (Ad Hoc) ก็ต้องเป็นกรณีที่ฉุกเฉินจริงๆ ซึ่งสถานการณ์ของไนจีเรียตอนนี้ดูจะไม่เข้าข่าย
- ความยุติธรรมต่อทีมอื่น: หากไนจีเรียชนะและได้เสียบแทน ดีอาร์ คองโก แล้วทีมอย่าง จาเมกา ที่แพ้คองโกมาในรอบเพลย์ออฟล่ะ? จะถือว่ายุติธรรมหรือไม่?
4. คำแนะนำถึงซานูซี: “ลงจากตำแหน่งอย่างสง่างาม”
ผู้เขียนทิ้งท้ายด้วยการแนะนำให้ซานูซี ซึ่งเป็นนักวิชาการและทำงานมานานถึง 11 ปี ยอมรับความจริงและก้าวลงจากตำแหน่งเพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ (เช่น รองเลขาธิการ) เข้ามาบริหารจัดการเพื่อเป้าหมายฟุตบอลโลก 2030 แทน แทนที่จะรอให้ระบบบีบให้ออกในสภาพที่บอบช้ำ
“Sanusi, sope otilo!” (ซานูซี… มันจบแล้ว!) — เป็นคำกล่าวเชิงสัญลักษณ์ในภาษาท้องถิ่นว่าโอกาสนั้นได้หลุดลอยไปแล้ว




