การขยายทีมเป็น 48 ทีม และการมีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ทำให้เกิดเรื่องราว “ครั้งแรก” ที่น่าทึ่ง
- กือราเซา (Curaçao): กลายเป็นประเทศที่ เล็กที่สุดในประวัติศาสตร์ (ประชากรเพียง 1.5 แสนคน) ที่ได้ไปฟุตบอลโลก ทำลายสถิติเดิมของไอซ์แลนด์ลงได้อย่างราบคาบ
- ทีมหน้าใหม่ไฟแรง: นอกจากกือราเซาแล้ว เราจะได้เห็น กาโบเวิร์ด, จอร์แดน และอุซเบกิสถาน ลงวาดลวดลายในรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นกำไรของแฟนบอลที่จะได้เห็นสไตล์ฟุตบอลที่หลากหลายขึ้น
- การรอคอยที่สิ้นสุดลง: เฮติ (รอคอยมาตั้งแต่ปี 1974), นอร์เวย์, สกอตแลนด์ และออสเตรีย (รอคอยมา 28 ปี) ต่างกลับคืนสู่เวทีโลกได้สำเร็จ
“The Last Dance” ของสองตำนาน: Messi & Ronaldo
นี่คือประเด็นที่บีบหัวใจแฟนบอลที่สุด ฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น “เวทีสุดท้าย” ของทั้ง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน โรนัลโด
- อาร์เจนตินา แชมป์เก่า จะเริ่มป้องกันแชมป์นัดแรกกับ แอลจีเรีย ในวันที่ 17 มิถุนายน ซึ่งจะเป็นบททดสอบแรกว่าเมสซี่จะสามารถพา “ฟ้าขาว” ไปถึงฝั่งฝันได้อีกครั้งหรือไม่
การเมือง พลังรวมใจ และนัดเปิดสนาม
- นัดเปิดสนาม (11 มิ.ย. 2026): เม็กซิโก จะพบกับ แอฟริกาใต้ ณ สนามเม็กซิโก ซิตี้ สเตเดียม (Estadio Azteca) ซึ่งเป็นการรีแมตช์นัดเปิดสนามปี 2010 ที่น่าประทับใจ
- นัดชิงชนะเลิศ (19 ก.ค. 2026): จะจัดขึ้นที่นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม ท่ามกลางบรรยากาศที่คาดว่าจะยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
- มิติทางการเมือง: ด้วยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการใช้ฟุตบอลเป็นสื่อกลางในการสร้างสันติภาพและความร่วมมือระหว่างเพื่อนบ้าน (สหรัฐฯ, แคนาดา, เม็กซิโก) ท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องการค้าและการย้ายถิ่นฐาน ทำให้ทัวร์นาเมนต์นี้มีนัยสำคัญมากกว่าแค่เรื่องกีฬา
สิ่งที่ต้องจับตาในเดือนมีนาคมนี้!
แม้เราจะรู้โฉมหน้าทีมส่วนใหญ่แล้ว แต่ยังมีอีก 6 ที่นั่งสุดท้าย ที่ต้องตัดสินกันในรอบเพลย์ออฟเดือนมีนาคม:
อิตาลี: อดีตแชมป์โลก 4 สมัย ต้องดิ้นรนอย่างหนักในรอบเพลย์ออฟอีกครั้งหลังจากพลาดโควตาอัตโนมัติ แฟนบอลทั่วโลกต่างลุ้นว่าทัพ “อัซซูรี่” จะผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายได้หรือไม่ หลังจากพลาดมาถึง 2 ครั้งล่าสุด
การขยายทีมเป็น 48 ทีม และการมีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ทำให้เกิดเรื่องราว “ครั้งแรก” ที่น่าทึ่ง:
- กือราเซา (Curaçao): กลายเป็นประเทศที่ เล็กที่สุดในประวัติศาสตร์ (ประชากรเพียง 1.5 แสนคน) ที่ได้ไปฟุตบอลโลก ทำลายสถิติเดิมของไอซ์แลนด์ลงได้อย่างราบคาบ
- ทีมหน้าใหม่ไฟแรง: นอกจากกือราเซาแล้ว เราจะได้เห็น กาโบเวิร์ด, จอร์แดน และอุซเบกิสถาน ลงวาดลวดลายในรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นกำไรของแฟนบอลที่จะได้เห็นสไตล์ฟุตบอลที่หลากหลายขึ้น
- การรอคอยที่สิ้นสุดลง: เฮติ (รอคอยมาตั้งแต่ปี 1974), นอร์เวย์, สกอตแลนด์ และออสเตรีย (รอคอยมา 28 ปี) ต่างกลับคืนสู่เวทีโลกได้สำเร็จ
“The Last Dance” ของสองตำนาน: Messi & Ronaldo
นี่คือประเด็นที่บีบหัวใจแฟนบอลที่สุด ฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น “เวทีสุดท้าย” ของทั้ง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน โรนัลโด
- อาร์เจนตินา แชมป์เก่า จะเริ่มป้องกันแชมป์นัดแรกกับ แอลจีเรีย ในวันที่ 17 มิถุนายน ซึ่งจะเป็นบททดสอบแรกว่าเมสซี่จะสามารถพา “ฟ้าขาว” ไปถึงฝั่งฝันได้อีกครั้งหรือไม่
การเมือง พลังรวมใจ และนัดเปิดสนาม
- นัดเปิดสนาม (11 มิ.ย. 2026): เม็กซิโก จะพบกับ แอฟริกาใต้ ณ สนามเม็กซิโก ซิตี้ สเตเดียม (Estadio Azteca) ซึ่งเป็นการรีแมตช์นัดเปิดสนามปี 2010 ที่น่าประทับใจ
- นัดชิงชนะเลิศ (19 ก.ค. 2026): จะจัดขึ้นที่นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม ท่ามกลางบรรยากาศที่คาดว่าจะยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
- มิติทางการเมือง: ด้วยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการใช้ฟุตบอลเป็นสื่อกลางในการสร้างสันติภาพและความร่วมมือระหว่างเพื่อนบ้าน (สหรัฐฯ, แคนาดา, เม็กซิโก) ท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องการค้าและการย้ายถิ่นฐาน ทำให้ทัวร์นาเมนต์นี้มีนัยสำคัญมากกว่าแค่เรื่องกีฬา
สิ่งที่ต้องจับตาในเดือนมีนาคมนี้!
แม้เราจะรู้โฉมหน้าทีมส่วนใหญ่แล้ว แต่ยังมีอีก 6 ที่นั่งสุดท้าย ที่ต้องตัดสินกันในรอบเพลย์ออฟเดือนมีนาคม:
อิตาลี: อดีตแชมป์โลก 4 สมัย ต้องดิ้นรนอย่างหนักในรอบเพลย์ออฟอีกครั้งหลังจากพลาดโควตาอัตโนมัติ แฟนบอลทั่วโลกต่างลุ้นว่าทัพ “อัซซูรี่” จะผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายได้หรือไม่ หลังจากพลาดมาถึง 2 ครั้งล่าสุด




