‘ไพ่ตายแห่งปาฏิหาริย์ และ น้ำตาของตำนาน’: สเปน หืดจับเฉือน เบลเยียม 2-1 ทะลุตัดเชือกฟุตบอลโลก
ในกีฬาฟุตบอล บางครั้งฮีโร่ก็ไม่ได้ลงสนามตั้งแต่ต้นเกม… หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ กุนซือทีมชาติสเปน พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขามีไพ่เด็ดซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ และไพ่ใบนั้นมีชื่อว่า “มิเกล เมริโน่”
นี่คือเกมรอบน็อกเอาต์นัดที่สองติดต่อกันแล้ว ที่มิดฟิลด์จากอาร์เซน่อลรายนี้ สวมบทพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยกู้ชีพทัพ “กระทิงดุ” หลังจากนัดก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งซัดประตูชัยฝังโปรตุเกสในนาทีที่ 91 ล่าสุดในลอสแอนเจลิส เมริโน่ ถูกเปลี่ยนตัวลงมา และใช้เวลาเพียงแค่ 2 นาที ซัดประตูชัยในนาทีที่ 88 จากจังหวะซ้ำลูกยิงของ เปา คูบาร์ซี่ ส่งสเปนผงาดเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ
สเปนครองเกมเบ็ดเสร็จ แต่จบด้วยความเจ็บปวดในครึ่งแรก
เกมนี้ เด ลา ฟวนเต้ ตัดสินใจปรับหมากสำคัญด้วยการดร็อป เปดรี้ ที่ลงตัวจริงมาตลอด 19 นัดหลังสุด และเลือกใช้ ฟาเบียน รุยซ์ ลงมาบู๊แดนกลางแทนเพื่อรับมือกับความแข็งแกร่งของเบลเยียม ซึ่งการตัดสินใจนี้ผลิดอกออกผลอย่างรวดเร็ว ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก สเปนพับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว ครองบอลทะลุ 64% ก่อนที่ความสวยงามของระบบการเล่นสไตล์สเปนจะแผลงฤทธิ์ ลามีน ยามาล จ่ายทะลุช่องให้ เปโดร ปอร์โร่ ตบกลับมาให้ ดานี่ โอลโม่ ยิงติดเซฟ ก่อนที่ รุยซ์ จะตามซ้ำเข้าไปไม่พลาด สเปนขึ้นนำ 1-0
ทว่า เบลเยียม ไม่ยอมจำนนง่ายๆ ในช่วงท้ายครึ่งแรก เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลสุดคมให้ ทิโมธี กาสตาญ เปิดเข้ากลาง และเป็น ชาร์ลส เดอ เคเตลาเร่อ ที่โหม่งกดลงพื้นตุงตาข่าย นี่คือ “การสับไกเข้ากรอบครั้งแรก” ของเบลเยียม และเป็น “ประตูแรก” ที่สเปนเสียในทัวร์นาเมนต์นี้ หลังจากรักษาคลีนชีตมาอย่างยาวนานถึง 649 นาที
น้ำตาของ ‘กูร์กตัวส์’ และรอยต่อแห่งยุคสมัย
ครึ่งหลังเกมดำเนินไปอย่างตึงเครียด แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกก็เกิดขึ้นในนาทีที่ 67 เมื่อ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของเบลเยียม มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว รูดี้ การ์เซีย กุนซือเบลเยียมตัดสินใจเปลี่ยนตัวเขาออก
ภาพที่ กูร์กตัวส์ เดินกะเผลกออกจากสนามพร้อมกับพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ คือภาพที่บีบหัวใจแฟนบอลทั่วโลก ในวัย 34 ปี เขารู้ดีว่านี่อาจจะเป็นเวทีฟุตบอลโลก “ครั้งสุดท้าย” ของเขาแล้ว เฉกเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมยุคทองอย่าง เดอ บรอยน์ (35 ปี) และ ลูกากู (33 ปี) เมื่อม่านการแสดงใกล้ปิดลง การบอกลาตำนานจึงมักเต็มไปด้วยความอาลัยเสมอ
ความผิดพลาด และ ผู้ชนะที่ชื่อ ‘เมริโน่’
เซนเน่ ลัมเมนส์ นายทวารสำรองจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกส่งลงมาทำหน้าที่แทน และกลายเป็นผู้รักษาประตูคนแรกนับตั้งแต่ปี 2002 (นอกจากกูร์กตัวส์) ที่ได้เฝ้าเสาให้เบลเยียมในฟุตบอลโลก
แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ในนาทีที่ 88 จังหวะสับไกยิงไกลของ เปา คูบาร์ซี่ ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ลัมเมนส์ กลับรับบอลหลุดมือ และเป็น มิเกล เมริโน่ ที่จมูกไว ปรี่เข้าไปซ้ำจ่อๆ ไม่เหลือซาก กลายเป็นประตูชัยที่ส่งเบลเยียมกลับบ้าน และพาสเปนเดินหน้าเข้าสู่รอบตัดเชือก
ท้ายที่สุด ทัพกระทิงดุยังคงแสดงให้เห็นถึงความตายยาก แม้เกมรุกของพวกเขาอาจจะไม่ได้ดุดันที่สุด และ ลามีน ยามาล จะถูกประกบติดตลอดทั้งเกม แต่พวกเขาก็ยังหาหนทางเอาชนะได้เสมอ
ด่านต่อไปของสเปนคือศึกหยุดโลกกับ “ฝรั่งเศส” ของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่เมืองดัลลัส ในวันอังคารนี้… กำแพงแนวรับของสเปนที่ว่าแข็งแกร่ง จะทนทานต่อพลังทำลายล้างของทัพตราไก่ได้หรือไม่? ฟุตบอลโลกครั้งนี้กำลังเข้มข้นขึ้นจนถึงขีดสุดแล้วจริงๆ



