สถานการณ์ในเม็กซิโกขณะนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2026) ถือเป็นบททดสอบที่ “อันตราย” ที่สุดในประวัติศาสตร์การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกเลย การเสียชีวิตของ “El Mencho” ไม่ใช่แค่การกำจัดอาชญากรคนหนึ่ง แต่มันคือการเขย่ารังแตนที่ทรงพลังที่สุดในโลกอาชญากรรมอย่าง CJNG (Jalisco New Generation Cartel)
นี่คือการวิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงและผลกระทบต่อฟุตบอลโลก 2026 จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในรายการ The Fourcast
1. วิกฤต “กวาดาลาฮารา”: เมื่อเมืองโฮสต์กลายเป็นสมรภูมิ
กวาดาลาฮารา (Guadalajara) ไม่ใช่แค่หนึ่งในเมืองเจ้าภาพ แต่คือ “บ้าน” และฐานบัญชาการหลักของ CJNG:
- Narcobloqueos: การใช้รถบัสและรถบรรทุกเผาปิดทางหลวง (Burning blockades) เป็นกลยุทธ์ข่มขู่รัฐบาลที่ CJNG ถนัดที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นว่า “รัฐบาลคุมพื้นที่ไม่ได้”
- ผลกระทบต่อการท่องเที่ยว: การสั่งให้ลิมนักท่องเที่ยวอยู่แต่ในอาคารและการปิดเส้นทางการบินชั่วคราวในช่วง 4 เดือนก่อนเริ่มแข่ง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง
2. มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: พลังรัฐ vs อำนาจมืด
จากการวิเคราะห์ของแขกรับเชิญในรายการ เราสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
- Deborah Bonello: ชี้ให้เห็นว่าการตายของผู้นำระดับสูงมักนำไปสู่ “Fragmentation” หรือการแตกตัวของแก๊งเป็นกลุ่มย่อยๆ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้จะต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงอำนาจ ทำให้ความรุนแรงคาดเดาได้ยากขึ้น
- Cecilia Farfán-Méndez: ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของกองทัพเม็กซิโก ว่าจะสามารถรักษาความปลอดภัยแบบ “24/7” ทั่วประเทศได้จริงหรือไม่ เมื่อต้องรับมือกับสงครามกองโจรในเมือง
- Benjamin Smith: ย้อนประวัติศาสตร์ให้เห็นว่า ทุกครั้งที่ผู้นำคาเทลถูกสังหาร (Kingpin Strategy) ความรุนแรงจะพุ่งสูงขึ้นเสมอในระยะสั้น และมักจะกินเวลานานกว่า 6 เดือน ซึ่งอาจ “ลากยาว” ไปจนถึงวันเปิดสนามในเดือนมิถุนายน
3. ฟีฟ่าจะเอาอย่างไร? (The World Cup Dilemma)
คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ “เม็กซิโกจะยังได้จัดอยู่ไหม?”
- มาตรการฉุกเฉิน: มีข่าวลือว่าฟีฟ่ากำลังหารือเกี่ยวกับ “Plan B” ที่อาจย้ายเกมในส่วนของเม็กซิโก (รวมถึงนัดเปิดสนาม) ไปจัดที่สหรัฐฯ หรือแคนาดาทั้งหมด หากสถานการณ์ไม่สงบภายในเดือนเมษายน
- กำแพงความมั่นคง: รัฐบาลเม็กซิโกอาจต้องใช้กำลังทหารสูงสุด (National Guard) เข้าควบคุมทุกตารางนิ้วของเมืองเจ้าภาพ ซึ่งจะเปลี่ยนบรรยากาศงานรื่นเริงให้กลายเป็น “เขตทหาร”




