Football Supporters Europe (FSE) องค์กรเครือข่ายแฟนบอลยุโรป ร่วมกับสมาคมผู้บริโภค Euroconsumers ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) โดยกล่าวหาว่า FIFA ใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรมในการกำหนดราคาตั๋วฟุตบอลโลก 2026
6 ประเด็นหลักที่ FIFA ถูกกล่าวหา:
- ราคาที่พุ่งสูงเกินจริง: ตั๋วนัดชิงชนะเลิศที่ถูกที่สุดในตอนนี้เริ่มต้นที่ $4,185 (ประมาณ 150,000 บาท) ซึ่งแพงกว่าฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ถึง 7 เท่า
- โฆษณาชวนเชื่อ (Bait Advertising): การโฆษณาว่ามีตั๋วราคา $60 (ประมาณ 2,200 บาท) แต่ในความเป็นจริงมีจำนวนน้อยมากจนแทบหาซื้อไม่ได้ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของ EU
- การใช้ Surge Pricing: ระบบราคาแบบยืดหยุ่น (Dynamic Pricing) ที่จะปรับราคาขึ้นตามความต้องการของตลาด ซึ่ง Gianni Infantino ประธาน FIFA ออกมาปกป้องว่าเป็นการจัดการตามกลไกปกติ
- ขาดความโปร่งใส: แฟนบอลไม่ทราบแน่ชัดว่าเงินที่จ่ายไปแลกกับสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง
- กลยุทธ์กดดันการขาย (Pressure Sales): การใช้เทคนิคทางจิตวิทยาหรือ “Dark Patterns” เพื่อบีบให้ผู้ซื้อตัดสินใจทันที
- การเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน: FIFA ถูกกล่าวหาว่ารับเงินสองต่อผ่านแพลตฟอร์มการขายตั๋วต่อ (Resale) ของตัวเอง
มุมมองจากสมาคมแฟนบอลอังกฤษ (FSA)
ทาง Football Supporters’ Association (FSA) ของอังกฤษได้แสดงความกังวลอย่างมาก โดยระบุตัวเลขที่น่าตกใจว่า:
- หากแฟนบอลอังกฤษต้องการติดตามทีม “สิงโตคำราม” ไปจนถึงนัดชิงในที่นั่งระดับ Category 3 (ซึ่งถือเป็นระดับล่าง) จะต้องจ่ายเงินรวมถึง $7,020 (ประมาณ 250,000 บาท)
- มีการเปรียบเทียบว่า FIFA กำลังทำให้นัดชิงฟุตบอลโลกกลายเป็น “วัวนม” (Cash Cow) ที่ไว้รีดไถเงิน แทนที่จะเป็นการเฉลิมฉลองของคนทั้งโลก
- แฟนบอลผู้พิการถูกเรียกเก็บค่าตั๋วแพงกว่าตอนที่จัดที่กาตาร์ถึง 38 เท่า
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
กลุ่มแฟนบอลเตือนว่า หาก FIFA ยังไม่ยอมลดราคาหรือปรับนโยบาย สนามอาจจะเต็มไปด้วย “นักท่องเที่ยว” หรือ “แฟนบอลขาจรที่มีเงิน” แทนที่จะเป็น “แฟนบอลพันธุ์แท้” ที่สร้างบรรยากาศอันเร้าใจ ซึ่งจะส่งผลเสียต่ออรรถรสของเกมฟุตบอลโดยรวม



