กุนซือ ไมเคิล โอเนีลล์ ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า แม้อิตาลีจะเป็นต่ออย่างมหาศาล แต่ความกดดันมหาศาลที่ทัพ “อัซซูรี่” ต้องแบกรับจากการพลาดฟุตบอลโลก 2 สมัยหลังสุด (2018 และ 2022) คือจุดอ่อนที่ไอร์แลนด์เหนือจะขยี้ให้จมดิน
“ความกดดันเป็นเรื่องที่พวกเขาต้องจัดการเอง… เราจะใช้มันให้เป็นประโยชน์ด้วยการทำให้อิตาลีเล่นยากที่สุดตลอด 90 นาที เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ความกดดันนั้นจะเริ่มกัดกินพวกเขาเอง” ไมเคิล โอเนีลล์ กล่าว
ข่าวร้ายในแนวรับ: ขาดตัวหลัก 2 ราย
ไอร์แลนด์เหนือต้องเจอกับมรสุมอาการบาดเจ็บในแผงหลัง:
- แดน บัลลาร์ด (Dan Ballard): กองหลังจากซันเดอร์แลนด์ บาดเจ็บกล้ามเนื้อกระตุก (Hamstring) และต้องถูกส่งตัวกลับบ้านเรียบร้อย โดยทีมเรียก ทอม แอตเชสัน จากแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส มาแทนที่
- คอนอร์ แบรดลีย์ (Conor Bradley): แบ็กขวาดาวรุ่งจากลิเวอร์พูล ถอนตัวไปก่อนหน้านี้แล้วเนื่องจากอาการบาดเจ็บเช่นกัน
ข่าวดี: การกลับมาของสองพี่น้อง “ชาร์ลส์”
- เพียร์ซ ชาร์ลส์ (ผู้รักษาประตู) และ เช ชาร์ลส์ (มิดฟิลด์) สองพี่น้องคนสำคัญฟิตสมบูรณ์พร้อมลงช่วยทีมอีกครั้ง
- อาลี แม็คแคนน์ กองกลางตัวเก่งกลับมาซ้อมได้เต็มรูปแบบแล้ว
รายชื่อ 28 ขุนพลทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ (นัดเยือนอิตาลี)
| ตำแหน่ง | ผู้เล่นที่น่าจับตา |
| ผู้รักษาประตู | เบลีย์ พีค็อก-แฟร์เรลล์, คอนอร์ ฮาซาร์ด, เพียร์ซ ชาร์ลส์ |
| กองหลัง | แพดดี้ แม็คแนร์ (กัปตันทีม), ไทร ฮูม, อีโออิน โทล, ทอม แอตเชสัน |
| กองกลาง | เช ชาร์ลส์, จอร์จ เซวิลล์, ไอแซค ไพรซ์, เจมี ดอนลีย์, คีแรน มอร์ริสัน |
| กองหน้า | จอช มาเกนนิส, ดิออน ชาร์ลส์, คัลลัม มาร์แชลล์ |
วิเคราะห์ก่อนเกม
นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปีของไอร์แลนด์เหนือ (เข้ารอบสุดท้ายครั้งล่าสุดปี 1986) โดยผู้ชนะนัดนี้จะเข้าไปชิงตั๋วฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายกับผู้ชนะระหว่าง เวลส์ หรือ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ในวันที่ 31 มีนาคมนี้




