ผู้บริหารระดับสูงของฟีฟ่ากำลังผลักดันให้ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ใช้ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อขอให้มีการระงับปฏิบัติการของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) เป็นการชั่วคราวในช่วงฤดูร้อนที่จะถึงนี้
เหตุผลเบื้องหลังคำขอสุดโต่ง
ฟีฟ่ามีความกังวลอย่างมากว่าภาพลักษณ์ของ “มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” จะถูกบดบังด้วยภาพความรุนแรงจากการบุกเข้าจับกุมและเนรเทศผู้อพยพรายวันตามนโยบายของทรัมป์
- ประเด็นความขัดแย้ง: ปฏิบัติการของ ICE ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดการปะทะกับผู้ประท้วงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเหตุการณ์สลดในรัฐมินนิโซตาเมื่อต้นปีนี้ที่ทำให้พลเมืองอเมริกัน 2 รายเสียชีวิตระหว่างการกวาดล้าง
- ขยายขอบเขต: เริ่มแรกฟีฟ่าเพียงต้องการให้ ICE อยู่ห่างจากสนามแข่ง แต่ตอนนี้ขยายแผนไปถึงการขอให้หยุดปฏิบัติการในทั้ง 11 เมืองเจ้าภาพ ไปจนถึง “การหยุดพักรบ” ทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลา 39 วันของการแข่งขัน
กลยุทธ์ “ประธานาธิบดีคุยกับประธานาธิบดี”
อินฟานติโนระบุว่าเขาจะลองเจรจาแบบ “President-to-President” กับทรัมป์ โดยมีข้อเสนอที่อาจทำให้รัฐบาลทรัมป์สนใจคือ:
- การประกาศร่วมกัน: นำเสนอการระงับปฏิบัติการ ICE เป็น “ข่าวดี” เพื่อแสดงถึงความใจกว้างและการต้อนรับชาวโลกของสหรัฐฯ ในช่วงเทศกาลฟุตบอล ซึ่งจะส่งผลบวกต่อภาพลักษณ์ของทั้งฟีฟ่าและรัฐบาลทรัมป์
ความท้าทาย: ทรัมป์จะยอมหรือไม่?
เนื่องจากการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายคือ “นโยบายหัวหอก” ของทรัมป์ที่ใช้หาเสียงและปฏิบัติอย่างเข้มงวดมาตลอด จึงไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเขาจะยอมหยุดภารกิจหลักเพื่อแลกกับความราบรื่นของฟุตบอลโลก
ฟุตบอลโลก 2026: ตัวเลขและความยิ่งใหญ่
อินฟานติโนกล่าวว่าโลกจะ “หยุดนิ่ง” เพื่อดูฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่มีทีมเข้าร่วมถึง 48 ทีม:
- 104 แมตช์ ใน 39 วัน: อินฟานติโนเปรียบเทียบให้ชาวอเมริกันเห็นภาพว่า “มันคือการแข่ง Super Bowl 104 นัด ภายในเวลาเพียงเดือนเศษ”
- อนาคตของอินฟานติโน: ในขณะที่อายุครบ 56 ปี และบริหารงานมาครบ 10 ปี (3 วาระ) กลุ่ม CONMEBOL กำลังหนุนให้เขาลงเลือกตั้งใหม่อีกสมัยในปีหน้า แต่เจ้าตัวยังไม่ตัดสินใจ



