จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า ทีมชาติอิหร่านจะเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 อย่างแน่นอน แม้จะมีสถานการณ์ความตึงเครียดของสงครามในตะวันออกกลางและรอยร้าวทางการเมืองกับสหรัฐอเมริกา (หนึ่งในเจ้าภาพหลัก) ก็ตาม
ประเด็นสำคัญจากคำแถลงของประธานฟีฟ่า
- จุดยืนของฟีฟ่า: อินฟานติโนกล่าวในงานประชุมเศรษฐกิจของ CNBC ว่า “กีฬาควรถูกแยกออกจากการเมือง” และย้ำว่าอิหร่านจะต้องเดินทางมาแข่งขันที่สหรัฐฯ เพราะพวกเขาคือตัวแทนของประชาชน และนักเตะทุกคนต้องการลงเล่น
- ความปลอดภัย: แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเคยแสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัยของนักเตะอิหร่านในอเมริกา แต่อินฟานติโนหวังว่าสถานการณ์จะสงบลงเมื่อทัวร์นาเมนต์เริ่มต้นขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่น
- ปฏิเสธคำขอของอิหร่าน: ก่อนหน้านี้อิหร่านเคยยื่นเรื่องขอให้ฟีฟ่าย้ายสนามแข่งจากสหรัฐฯ ไปยังเม็กซิโก แต่ฟีฟ่าได้ปฏิเสธคำขอดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
โปรแกรมการแข่งขันของอิหร่าน (กลุ่ม G)
อิหร่านจะลงเล่นรอบแบ่งกลุ่ม ทั้ง 3 นัดในสหรัฐอเมริกา โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- สนามแข่ง: แข่งที่ ลอสแอนเจลิส 2 นัด และ ซีแอตเทิล 1 นัด (Lumen Field)
- ฐานที่มั่น (Base Camp): ตั้งอยู่ที่เมือง ทูซอน รัฐแอริโซนา
- นัดเปิดสนาม: พบกับนิวซีแลนด์ในวันที่ 16 มิถุนายน 2026
บทวิเคราะห์: การเดิมพันครั้งใหญ่บนความเสี่ยง
การยืนยันครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งของฟีฟ่า:
- ความปลอดภัย vs การเมือง: การให้ทีมชาติอิหร่านไปตั้งฐานทัพและลงแข่งในสหรัฐฯ ท่ามกลางบรรยากาศการเนรเทศ (ICE) และความขัดแย้งทางทหาร เป็นการทดสอบระบบรักษาความปลอดภัยของเจ้าภาพอย่างหนัก
- สปิริตของเกม: หากการแข่งขันดำเนินไปได้ด้วยดี ฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจถูกจารึกว่าเป็นเหตุการณ์ที่ใช้กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์เหนือความขัดแย้ง แต่หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ ในฐานะเจ้าภาพอย่างรุนแรง



