สงครามแค้น ‘ฮาลันด์-กาเบรียล’ ลามถึงทีมชาติ! ชี้ชะตา นอร์เวย์ ดวล บราซิล รอบ 16 ทีม

‘ความแค้นที่รอการสะสาง’: ฮาลันด์ ดวลเดือด กาเบรียล เมื่อความบาดหมางระดับสโมสร ปะทุบนเวทีฟุตบอลโลก

ในโลกของฟุตบอล บางครั้งการแข่งขันก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของเสื้อทีมชาติที่สวมใส่ แต่มันถูกขับเคลื่อนด้วย “ความแค้นส่วนตัว” ที่ฝังรากลึก… วันอาทิตย์นี้ที่สังเวียน นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม แฟนบอลทั่วโลกกำลังจะได้เป็นพยานในหนึ่งในการดวลเดือดที่น่าจับตามองที่สุดในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ระหว่าง ทีมชาติบราซิล และ ทีมชาตินอร์เวย์

ทว่าสปอตไลท์ทุกดวงไม่ได้ส่องไปที่โลโก้บนหน้าอกเสื้อ แต่มันกำลังสาดส่องไปที่หอกทะลวงฟันอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) และปราการหลังด่านสุดท้าย กาเบรียล มากัลเญส (อาร์เซน่อล)

จุดกำเนิดรอยร้าว: จาก แมนฯ ซิตี้ ถึง อาร์เซน่อล

เพื่อเข้าใจถึงความเดือดพล่านของคู่นี้ เราต้องย้อนเข็มทิศกลับไปในพรีเมียร์ลีก… ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายน 2024 เมื่อ จอห์น สโตนส์ พังประตูตีเสมอให้อาร์เซน่อลที่เหลือ 10 คนในนาทีที่ 98 ท่ามกลางความวุ่นวาย ฮาลันด์หยิบบอลขึ้นมาแล้วปาอัดท้ายทอยของกาเบรียลอย่างจัง ก่อนจะทิ้งท้ายหลังจบเกมด้วยวลีเย้ยหยันใส่ มิเกล อาร์เตต้า ว่า “ถ่อมตัวหน่อย” (Stay humble)

ความแค้นนั้นถูกจดจำ… ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เมื่ออาร์เซน่อลถล่มแมนฯ ซิตี้ 5-1 กาเบรียลเอาคืนด้วยการวิ่งไปตะโกนใส่หูฮาลันด์อย่างสะใจ ก่อนที่ฮาลันด์จะมาเอาคืนอีกรอบในเดือนเมษายนด้วยการร้องเพลงของ Flo Rida เย้ยหยันหลังพาทีมชนะ 2-1 ซึ่งเกมนั้นกาเบรียลเกือบจะเอาหัวโขกฮาลันด์จนหวิดโดนใบแดง

และฟางเส้นสุดท้ายคือตอนที่อาร์เซน่อลผงาดคว้าแชมป์ลีกในเดือนพฤษภาคม กาเบรียลจัดการโพสต์รูปชูถ้วยแชมป์ โดยใส่เพลงเดียวกันกับที่ฮาลันด์เคยใช้เย้ยเขา เพื่อเป็นการเอาคืนอย่างเจ็บแสบ

‘นี่คือการดวลตัวต่อตัวที่เดือดที่สุด’

อลัน เชียร์เรอร์ และ คริส ซัตตัน สองตำนานกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ต่างเฝ้ารอคอยการปะทะกันครั้งนี้อย่างใจจดใจจ่อ

“ลืมการแย่งดาวซัลโวระหว่าง เมสซี่, เอ็มบัปเป้ หรือ เคน ไปได้เลย นี่คือการดวลตัวต่อตัวที่โดดเด่นที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้” ซัตตัน กล่าว “เราต่างรู้ดีว่าพวกเขาไม่ชอบหน้ากัน… และเชื่อเถอะว่ามันจะมีจังหวะปะทะเดือดๆ เกิดขึ้นแน่นอน”

เชียร์เรอร์ เสริมว่า “พวกเขาเกลียดกัน ซึ่งมันก็ไม่ผิดหรอก คุณไม่จำเป็นต้องชอบคู่แข่ง การได้เห็นพวกเขาปะทะกันคือสิ่งที่เราทุกคนรอคอย”

อาถรรพ์นอร์เวย์ และความเก๋าของ ‘อันเชล็อตติ’

นอกจากความเดือดส่วนตัวแล้ว สิ่งที่ทำให้เกมนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ สถิติที่ชวนเหลือเชื่อ… บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย ไม่เคยเอาชนะ นอร์เวย์ ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ในการพบกัน 4 นัด (เสมอ 2 แพ้ 2) ทำให้นอร์เวย์เป็นชาติเดียวในโลกที่ทัพเซเลเซาเอาชนะไม่ได้

ในแง่ของสถิติส่วนตัว ฮาลันด์ ยิงไปแล้ว 5 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ และมักจะทำผลงานได้ดีเมื่อเจอกับกาเบรียลในระดับสโมสร ทว่าทีมชาติบราซิลชุดนี้ ภายใต้การนำทัพของยอดกุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ ไม่ใช่บราซิลที่เน้นการบุกแหลกโชว์สเต็ปเหมือนในอดีต แต่เป็นทีมที่เน้นความรัดกุม เขี้ยวลากดิน และรอคอยจังหวะโจมตีจาก วินิซิอุส จูเนียร์ และดาวรุ่งอย่าง รายาน

ทางฝั่งนอร์เวย์ นอกจากความเด็ดขาดของฮาลันด์แล้ว พวกเขายังมี มาร์ติน โอเดการ์ด เป็นมันสมองในการสร้างสรรค์เกม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่บราซิลจะประมาทไม่ได้เลย

นี่ไม่ใช่แค่เกมฟุตบอล 90 นาที แต่มันคือการตัดสินว่า ใครจะได้เดินหน้าต่อไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย (เพื่อไปพบกับ อังกฤษ หรือ เม็กซิโก) และใครจะต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านพร้อมกับความชอกช้ำ… วันอาทิตย์นี้ ความแค้นทั้งหมดจะถูกชำระบนผืนหญ้า!

Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram