ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันร่วมมอบถ้วยแชมป์ในนัดชิงที่นิวเจอร์ซี ขณะที่เมสซี่พาอาร์เจนตินาลุ้นเข้าชิง เปิดโอกาสให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หลังภาพประวัติศาสตร์ที่ทำเนียบขาวเมื่อต้นปี
ขณะที่ฟุตบอลโลก 2026 กำลังเข้าสู่ช่วงตัดสิน ความสนใจไม่ได้อยู่แค่ในสนามเท่านั้น เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยืนยันแล้วว่าจะทำหน้าที่มอบถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกให้กับทีมที่คว้าแชมป์ในนัดชิงชนะเลิศที่นิวเจอร์ซีในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ด้วยตัวเอง
ทรัมป์จะร่วมมอบถ้วยแชมป์กับอินฟานติโน
ในการเปลี่ยนแปลงจากธรรมเนียมปฏิบัติล่าสุดของฟีฟ่า ถ้วยแชมป์จะถูกมอบให้กัปตันทีมที่ชนะโดยทรัมป์และ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่าร่วมกัน ซึ่งต่างจากในกาตาร์ 2022 และรัสเซีย 2018 สองฟุตบอลโลกก่อนหน้าภายใต้การนำของอินฟานติโน ที่ประธานฟีฟ่าเป็นผู้มอบถ้วยเพียงคนเดียว
“เราจะอยู่ด้วยกันกับประธานาธิบดี (ทรัมป์) เพื่อเพลิดเพลินกับนัดชิงและมอบถ้วยแชมป์ให้ผู้ชนะร่วมกันแน่นอน” อินฟานติโนกล่าวกับรายการ “Fox & Friends”
เงาแห่งภาพประวัติศาสตร์ที่ทำเนียบขาว
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือความเชื่อมโยงระหว่างทรัมป์กับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่กำลังพาอาร์เจนตินาลุ้นป้องกันแชมป์ หากอาร์เจนตินาผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ก็มีความเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะได้มอบถ้วยแชมป์ให้กับเมสซี่ด้วยตัวเอง
ย้อนไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมสซี่และทีมอินเตอร์ ไมอามีเดินทางเยือนทำเนียบขาวเพื่อเฉลิมฉลองแชมป์ MLS Cup สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร โดยเมสซี่มอบลูกฟุตบอลสีชมพูที่มีลายเซ็นให้ทรัมป์เป็นของขวัญ ทรัมป์กล่าวในตอนนั้นว่าเป็น “เอกสิทธิ์พิเศษที่จะได้พูดสิ่งที่ไม่เคยมีประธานาธิบดีอเมริกันคนใดเคยมีโอกาสพูดมาก่อน นั่นคือ ‘ยินดีต้อนรับสู่ทำเนียบขาว ลิโอเนล เมสซี่'”
อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในอาร์เจนตินา โดยเฉพาะในหมู่แฟนบอลที่เคยชื่นชมเมสซี่ที่วางตัวห่างจากการเมืองมาตลอด ต่างจาก ดิเอโก มาราโดนา ผู้ล่วงลับที่มีจุดยืนทางการเมืองชัดเจน นักวิจารณ์บางคนยังชี้ว่าเมสซี่และทีมชุดแชมป์โลกกาตาร์ 2022 เคยปฏิเสธที่จะไปทำเนียบประธานาธิบดีอาร์เจนตินาหลังคว้าแชมป์โลกกลับบ้าน
ศึกรอบรองชนะเลิศชี้ชะตา
ก่อนจะถึงจุดนั้น อาร์เจนตินาต้องผ่านด่านอังกฤษในศึกรอบรองชนะเลิศที่สนาม Atlanta Stadium ในวันพุธที่ 15 กรกฎาคมนี้ให้ได้เสียก่อน เกมที่เป็นการพบกันครั้งแรกในรอบ 24 ปีของสองคู่ปรับที่มีประวัติศาสตร์ดุเดือด
เมสซี่ในวัย 39 ปีจะได้พบอังกฤษเป็นครั้งแรกในอาชีพค้าแข้งของเขา “มันจะเป็นเกมพิเศษเพราะผมไม่เคยเล่นกับอังกฤษมาก่อน” เมสซี่กล่าว “ผมเคยเล่นกับทุกทีมยกเว้นอังกฤษ ดังนั้นมันจะดีด้วยเหตุผลนี้เช่นกัน”
ในอีกฝั่งของสาย ฝรั่งเศสและสเปนจะพบกันในศึกรอบรองชนะเลิศอีกคู่ที่สนาม Dallas Stadium ในวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม โดยผู้ชนะทั้งสองคู่จะได้เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม ที่นิวเจอร์ซี
หากทุกอย่างเป็นไปตามบท ทรัมป์อาจได้มอบถ้วยแชมป์ให้เมสซี่บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก บทสรุปที่จะเชื่อมโยงการเมือง กีฬา และหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลเข้าไว้ด้วยกัน ในฟุตบอลโลกที่จัดบนแผ่นดินอเมริกาเป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี


