เกือบพังคาบ้าน! ทัพ “แซมบ้า” บราซิล ยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ออกสตาร์ทฟุตบอลโลก 2026 ไม่สวยหรูอย่างที่คิด หลังทำได้แค่ไล่ตามตีเสมอ “สิงโตแห่งแอตลาส” โมร็อกโก 1-1
การประเดิมสนามของทัพ “เซเลเซา” ทีมชาติบราซิล ภายใต้บังเหียนของ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือระดับตำนาน ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่นิวเจอร์ซีย์ ไม่ได้เป็นไปตามบทละครที่พวกเขาวาดฝันไว้ เมื่อต้องเผชิญกับความแข็งแกร่งและระเบียบวินัยอันยอดเยี่ยมของ ทีมชาติโมร็อกโก ทีมอันดับ 4 จากฟุตบอลโลกครั้งก่อน จนจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ชนิดที่เกือบเพลี่ยงพล้ำในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
โมร็อกโก บุกเซอร์ไพรส์ แดนกลางสู้ยิบตา
เริ่มเกมมาเป็นฝั่ง “สิงโตแอตลาส” โมร็อกโก ที่ทำผลงานได้อย่างน่าเซอร์ไพรส์ แดนกลางที่ประกอบไปด้วย อัซเซดีน อูนาฮี, นีล เอล อายนาวี และดาวรุ่งวัย 18 ปีอย่าง อายยูบ บูอัดดี (Ayyoub Bouaddi) สามารถครองเกมสู้กับกองกลางตัวเก๋าอย่าง คาเซมิโร่ ได้อย่างไม่เป็นรอง
จนกระทั่งนาทีที่ 21 ความเด็ดขาดของโมร็อกโกก็แผลงฤทธิ์ บราฮิม ดิอาซ เพลย์เมกเกอร์จากเรอัล มาดริด จ่ายบอลทะลุช่องสุดคลาสสิก ฉีกแนวรับบราซิลเป็นชิ้นๆ ให้กับ อิสมาเอล ไซบารี หลุดเดี่ยวเข้าไปชิพข้ามตัว อลิสซอน เบ็คเกอร์ อย่างเยือกเย็น พาทีมจากแอฟริกาขึ้นนำ 1-0
คูลลิ่งเบรกเปลี่ยนเกม และความอัจฉริยะของ ‘วินิซิอุส’
โมเมนตัมของบราซิลดูจะแกว่งไปพักใหญ่ จนกระทั่งช่วงพักดื่มน้ำ (Hydration break) ซึ่ง อันเชล็อตติ ได้ฉวยโอกาสนี้ติวเข้มและดึงสติลูกทีมกลับมา
ผลลัพธ์เห็นผลทันตาในนาทีที่ 37 เมื่อบราซิลต้องการคนจุดประกายความหวัง วินิซิอุส จูเนียร์ ปีกตัวเก่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาโชว์ทักษะกระชากบอลตัดเข้าในจากฝั่งซ้าย หนีตัวประกบก่อนจะตะบันด้วยขวา บอลพุ่งเสียบเพดานตาข่ายอย่างงดงาม ช่วยให้บราซิลตีเสมอเป็น 1-1 ก่อนจบครึ่งแรก
ครึ่งหลังบราซิลคุมเกม แต่เกือบตายตอนจบ
เข้าสู่ครึ่งหลัง อันเชล็อตติ แก้เกมด้วยการถอด คาเซมิโร่ และ โรเจอร์ อิบาเนซ ที่ฟอร์มหลุดออกไป และส่ง ดานิโล่ กับ ฟาบินโญ่ ลงมาคุมจังหวะแทน รวมถึงเปลี่ยนตัวรุกอย่าง ลูกัส ปาเกต้า และ อิกอร์ ติอาโก้ (ที่เล่นไม่ออก) ออกไปพัก
บราซิล ครองบอลและสร้างโอกาสบุกได้เหนือกว่าอย่างชัดเจนในครึ่งหลัง แต่ปัญหาคือจังหวะจบสกอร์สุดท้ายที่ขาดความเฉียบคม รัฟฟินญ่า มีโอกาสได้ส่องแต่ก็ติดเซฟของ ยาสซีน บูนู ผู้รักษาประตูจอมหนึบของโมร็อกโก
ดราม่าเกือบเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 10 นาที เมื่อโมร็อกโกเกือบจะได้ประตูชัยในวินาทีสุดท้ายจากจังหวะซ้ำจ่อๆ ของ อายยูบ บูอัดดี แต่ อลิสซอน ซูเปอร์เซฟช่วยชีวิตทัพแซมบ้าเอาไว้ได้แบบหวุดหวิด
สรุปผลการแข่งขัน: จบเกม บราซิล เสมอ โมร็อกโก 1-1 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน นี่อาจไม่ใช่การเริ่มต้นที่เพอร์เฟกต์สำหรับบราซิล แต่ต้องยกเครดิตให้กับความใจสู้และแท็กติกที่ยอดเยี่ยมของ โมร็อกโก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาคือของจริงในเวทีระดับโลก


