Nike กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากหลังจากชุดแข่งทีมชาติคอลเลกชันใหม่สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ถูกนำไปใช้จริงในการแข่งขันนัดอุ่นเครื่องเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และพบว่ามี “ข้อบกพร่องด้านการออกแบบ” ที่เห็นได้ชัดเจน
1. รายละเอียดของปัญหา: “The Shoulder Bunching”
- ดีไซน์ที่ผิดเพี้ยน: ระหว่างการแข่งขัน แฟนบอลสังเกตเห็นว่าบริเวณตะเข็บหัวไหล่ของชุดแข่งมีการ “พองตัวและรั้งขึ้น” (Bunching up) จนทำให้นักเตะดูเหมือนกำลังใส่แผ่นรองบ่า (Padding) หรือชุดอเมริกันฟุตบอล
- ทีมที่ได้รับผลกระทบ: ปัญหานี้เห็นได้ชัดที่สุดในชุดแข่งของ ทีมชาติฝรั่งเศส และ ทีมชาติอุรุกวัย ซึ่งเมื่อซูเปอร์สตาร์อย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ สวมใส่ ยิ่งทำให้ประเด็นนี้ถูกส่งต่อและเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว
- ผลกระทบต่อแฟนบอล: ไม่ใช่แค่ชุดเกรดนักเตะ (Authentic) เท่านั้น แต่เสื้อเกรดแฟนบอล (Replica) ที่เพิ่งวางขายก็เจอปัญหาเดียวกัน ทำให้ลูกค้าจำนวนมากเริ่มถามหาการแก้ไขหรือการชดเชย
2. ท่าทีและการตอบโต้จาก Nike
Nike ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับปัญหาต่อสื่ออย่าง The Guardian โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ยอมรับข้อผิดพลาด: Nike ยอมรับว่าพบปัญหาบริเวณตะเข็บไหล่จริง แม้จะยืนยันว่า “ไม่ส่งผลต่อสมรรถนะการเล่น (Performance)” แต่ในแง่ของ “ความสวยงาม (Aesthetic)” นั้นถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น
- การแก้ไข: ขณะนี้ Nike กำลังหารือกับสหพันธ์ฟุตบอลประเทศต่างๆ และซัพพลายเออร์เพื่อหาทางแก้ไขด่วน แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการ “ผลิตใหม่” หรือ “ชดเชย” ให้กับแฟนบอลที่ซื้อไปแล้วอย่างไร
- คำมั่นสัญญา: โฆษกของ Nike ยืนยันว่าพวกเขากำลังทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ไขให้ทันเวลา เพราะชุดแข่งทุกชุดควรสะท้อนถึงความประณีตและความภูมิใจของเกมลูกหนัง
3. ประวัติความเก๋าของ Nike ในโลกฟุตบอล
แม้จะเกิดความผิดพลาดในครั้งนี้ แต่ Nike ไม่ใช่น้องใหม่ในวงการ:
- เริ่มผลิตชุดฟุตบอลครั้งแรกในปี 1979 ในสหรัฐฯ และขยายเข้าสู่ยุโรปในปี 1983
- ตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา Nike ได้เซ็นสัญญากับทีมชาติชั้นนำมากมาย เช่น สหรัฐฯ, อังกฤษ, แคนาดา และอิตาลี ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่” ของแบรนด์ที่มีประสบการณ์สูง



