‘เกมบ้าคลั่ง 10 ประตู!’: อังกฤษ ทุบ ฝรั่งเศส 6-4 คว้าที่ 3 ฟุตบอลโลก สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่
ศึกฟุตบอลโลกนัดชิงอันดับ 3 ที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเพียงแมตช์ปลอบใจ กลับกลายเป็นหนึ่งในเกมที่บ้าคลั่งและสนุกที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ดวลเดือดเอาชนะ “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส ไปด้วยสกอร์มโหฬาร 6-4 คว้าเหรียญทองแดงกลับบ้านได้สำเร็จ
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้อังกฤษคว้าอันดับ 3 ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขานับตั้งแต่สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลกในบ้านเกิดเมื่อปี 1966 ในขณะเดียวกัน เกมนี้ยังทุบสถิติกลายเป็น “นัดชิงอันดับ 3 ที่มีการทำประตูรวมกันมากที่สุด” ที่ 10 ประตู ทำลายสถิติเดิม 9 ประตูในเกมที่ ฝรั่งเศส ชนะ เยอรมันตะวันตก 6-3 เมื่อปี 1958 ลงอย่างราบคาบ
ครึ่งแรก: พายุบุกลูกหนังของทัพสิงโตคำราม
เริ่มเกมมาได้เพียง 3 นาที แฟนบอลผู้ดีก็ได้เฮลั่นเมื่อ เดแคลน ไรซ์ สับไกยิงไกลส่งบอลพุ่งเสียบมุมล่างขวา ให้อังกฤษขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0
หลังจากนั้น อังกฤษก็เปิดโหมดบุกแหลกและมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 18 จากจังหวะเตะมุม ไรซ์ เปิดบอลสุดแม่นให้ เอซรี่ คอนซ่า โหม่งตุงตาข่าย สกอร์ขยับเป็น 2-0
ความร้อนแรงของสิงโตคำรามยังไม่หยุดแค่นั้น บูคาโย่ ซาก้า ปีกตัวจี๊ดมาโชว์ฟอร์มโหด เหมาคนเดียวสองประตูปิดท้ายครึ่งแรก ในนาทีที่ 37 (จากการแอสซิสต์ของ มาร์คัส แรชฟอร์ด) และช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+1 ส่งให้อังกฤษทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น 4-0 ก่อนจบครึ่งแรก
ครึ่งหลัง: การคัมแบ็กสุดระทึกของทัพตราไก่
กลับมาเล่นในครึ่งหลัง ฝรั่งเศสแก้เกมมาอย่างดุดัน และเปิดฉากทวงประตูคืนอย่างรวดเร็ว
- นาทีที่ 48: คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายเสียบมุม ไล่มาเป็น 1-4
- นาทีที่ 54: บราดเล่ย์ บาร์โคล่า รับบอลทะลุช่องจากเอ็มบัปเป้ ก่อนซัดด้วยขวาเข้าไป สกอร์ขยับเป็น 2-4
- นาทีที่ 66: เอ็มบัปเป้ คนเดิม แผลงฤทธิ์อีกครั้ง ยิงด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้ฝรั่งเศสไล่จี้มาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอ 3-4
ช่วงท้ายเกม: แฮตทริกของซาก้า และการปิดกล่องสุดมันส์
เมื่อโดนไล่บี้อย่างหนัก อังกฤษก็ต้องพยายามดึงโมเมนตัมกลับมา และในนาทีที่ 85 เจด สเปนซ์ โดน มาโล กุสโต้ ทำฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น บูคาโย่ ซาก้า ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปอย่างเยือกเย็นในนาทีที่ 87 ส่งผลให้อังกฤษหนีไปเป็น 5-3 พร้อมกับทำแฮตทริกของตัวเองในเกมนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ดราม่ายังไม่จบ!
- นาทีที่ 90+6: อุสมาน เดมเบเล่ ยิงให้ฝรั่งเศสไล่ตามมาอีกครั้งเป็น 4-5 สร้างความกดดันให้แฟนบอลผู้ดี
- นาทีที่ 90+8: แต่แล้วความหวังของตราไก่ก็พังทลาย เมื่อ จู๊ด เบลลิงแฮม หลุดจากจังหวะสวนกลับเร็ว เข้าไปยิงฝังประตูปิดกล่อง ให้อังกฤษนำขาด 6-4
จบเกม อังกฤษเอาชนะฝรั่งเศสไปแบบสุดมันส์ 6-4 ปิดฉากทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยเหรียญทองแดง พร้อมฝากแมตช์สุดคลาสสิกที่จะถูกพูดถึงไปอีกนานแสนนานในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก!


